◀ ยิมปีนผา/รายงานผลวิจัย
คู่มือปฏิบัติการแผนค้นคว้า
รายงานผลวิจัย · 18 สิงหาคม 2026

เปิดยิมปีนผาจำลองในไทย
ผลวิจัยฉบับสมบูรณ์

รายงานนี้ต่างจากแผน research ตรงที่ มีคำตอบแล้ว — สร้างจากการค้นจริง 600+ การประมวลผล ครอบคลุมราคาคู่แข่งทุกเจ้าในไทย งบการเงินจริงของยิมที่ใหญ่ที่สุด ต้นทุนก่อสร้างจาก 3 ตลาด เสียงลูกค้าจริงจากรีวิวไทย และมาตรฐานความปลอดภัยสากล

ข้อเท็จจริง มีแหล่งอ้างอิงตรวจสอบได้ · ประมาณการ คำนวณจากข้อเท็จจริง ต้องยืนยัน · สมมติฐาน ยังไม่มีหลักฐาน ห้ามใช้ตัดสินใจ

คำตอบสั้นที่สุด

ยิม bouldering ในไทยทำกำไรได้จริง — มีงบการเงินยืนยันแล้ว Stonegoat ทำกำไร 3 ปีติดกัน (3.64 → 5.78 → 4.86 ล้านบาท) ตอนที่ยังมีสาขาเดียว อัตรากำไรสูงสุด 17.6% ของรายได้

แต่กฎเหล็กของวงการนี้คือ ยิมที่โต = ขาดทุน · ยิมที่กำไร = หยุดโต — ปี 2568 ทุกเจ้าที่กำลังขยายขาดทุนหมด (Stonegoat -8.18 ล้านตอนเปิดสาขา 2) ส่วนเจ้าที่กำไรคือเจ้าที่รายได้นิ่งและหยุดลงทุน — Rock Domain ปล่อยอุปกรณ์เสื่อมจาก 3.67 เหลือ 0.96 ล้านบาท ซึ่งตรงกับที่ลูกค้ารีวิวว่า "ของค่อนข้างเก่า"

ข้อสรุปเชิงกลยุทธ์: ทำ bouldering สาขาเดียว ขนาดเล็ก ค่าเช่าถูก แล้วอย่ารีบขยาย — เงินอยู่ที่ยิมเดียวที่เต็ม ไม่ใช่หลายสาขาที่ยังไม่เต็ม · ห้ามทำยิมผสมเชือก (Rock Domain รายได้นิ่งที่ 8–9.7 ล้านมา 4 ปี ส่วนทุนยังติดลบ)

+5.78M
กำไรสูงสุดที่ยิม boulder สาขาเดียวทำได้จริง (Stonegoat 2566)
21–30
คน/วัน — จุดคุ้มทุนยิมเล็ก 400 ตร.ม.
139M
ขนาดตลาดทั้งประเทศ (รายได้รวม 7 บริษัท ปี 2568)
สารบัญ
01สนามแข่งจริง — ยิม 16 แห่งในไทย ใครทำอะไร ราคาเท่าไหร่ 02หลักฐานชิ้นที่หนักที่สุด — งบการเงินของยิมที่ใหญ่ที่สุด 03เศรษฐศาสตร์ — ต้องมีกี่คนต่อวันถึงอยู่ได้ 04ต้นทุนจริง — CAPEX/OPEX แยกรายการ พร้อมช่วงความคลาดเคลื่อน 04bจ้างไทย vs นำเข้า — ค่าใช้จ่ายสุดท้ายเท่าไหร่ (landed cost) 05เสียงลูกค้าไทยจริง — ชมอะไร บ่นอะไร มือใหม่ติดตรงไหน 06ความปลอดภัย มาตรฐาน และกฎหมายไทย 07บทเรียนจากญี่ปุ่นและสิงคโปร์ 08คำตัดสิน — ทำหรือไม่ทำ และถ้าทำต้องทำแบบไหน 09สิ่งที่ยังไม่รู้ และต้องไปหาเองก่อนลงเงิน

01สนามแข่งจริง — ยิมปีนผาในไทย

พบยิมปีนผา 16 แห่ง ที่ยืนยันได้ (กรุงเทพ 9 · เชียงใหม่ 5 · ขอนแก่น 1 · ภูเก็ต 1) ข้อเท็จจริง

ยิมทำเลประเภทขนาดDay passรายเดือนรายปี
Stonegoat
2 สาขา
สุขุมวิท 69 (BTS พระโขนง)
+ The PARQ (ส.ค. 2025)
Bouldering เท่านั้น1,097 ตร.ม.
6 ผนัง
450
(off-peak 300)
1,600–2,400
แหล่งไม่ตรงกัน
17,950
Rock Domainบางนาผสม
(boulder + เชือก 11–17 ม.)
1,100–1,500 ตร.ม.
140+ เส้น
400–450
จ่ายจริง 570–600
1,950
+ แรกเข้า 300
21,500
Urban Playgroundสุขุมวิท 49
(ในคลับกีฬา RQ)
ผสม~650–700 ตร.ม.
ผนัง 12–16 ม.
475–595ผูกกับสมาชิกคลับ25,900
Climb Centralบางแคผสม + speed wall50+ เลน450–600
Balance Climbingห้วยขวาง/พระราม 9
(ในห้าง Bell Tower)
Bouldering900–1,000 ตร.ม.350 (ธรรมดา)
450 (หยุด)
2,20021,120
F5 Climbingรามคำแหง/บางกะปิBouldering150–2501,700–2,000
Gravity LabบรมราชชนนีBouldering ในยิมเวทเล็ก (ถึง V9)250–400
12 ครั้ง 2,500
Red Rock Canyonบางนาเชือก 12 ม.
14 เลน 28 เส้น
Eagle Eye Gymกรุงเทพ
ต่างจังหวัด: Main Wall (เชียงใหม่ 683 ตร.ม.) · Progression Vertical · Alpine Outpost · C3 Chiang Mai Climbing Club · No Gravity (เชียงใหม่ — ยิมเชือกแห่งแรกของเชียงใหม่) · CMRCA (350฿/วัน + Lady Night ผู้หญิงฟรี) · Ascentory (ขอนแก่น — เปิดใหม่) · REBEL Rock Climbing (ภูเก็ต 700+ ตร.ม.)

🎯 โฟกัสทำเล — นนทบุรีและปริมณฑล

ข้อสรุป: นนทบุรียังไม่มียิม bouldering แบบ day pass เลยแม้แต่แห่งเดียว

กวาดหาทุกทาง (Google · DBD ทะเบียนนิติบุคคล · Trip.com · Facebook · Lemon8 · บทความรวมยิมทั่วไทย 4 ฉบับ) ได้ผลดังนี้:

สถานที่จังหวัดรูปแบบราคาเป็นคู่แข่งจริงไหม
Climbing Society
ท่าทราย เมืองนนทบุรี (ถ.สนามบินน้ำ)
นนทบุรีศูนย์กิจกรรมเด็ก — คลาสสอนส่วนตัว 1.5 ชม.
มีสอนเต้น + เทควันโดในที่เดียวกัน
800฿/ครั้ง
5 ครั้ง 3,600฿
ไม่ใช่ — คนละสินค้า คนละลูกค้า
Boulder Planet
Future Park รังสิต ชั้น 3 โซน Zpell
ปทุมธานีboulder แท้ ในห้าง
เชนสิงคโปร์
250฿
(โปรใหม่/นักศึกษา)
ใช่ — คู่แข่งหลัก
หน้าผาจำลอง ม.ธรรมศาสตร์ปทุมธานี
(ศูนย์รังสิต)
bouldering ในศูนย์กีฬามหาวิทยาลัย150฿
ยืมรองเท้าฟรี
บางส่วน — ดึงนักศึกษาไป
KU Sport Climbing Clubนครปฐม
(กำแพงแสน)
ผนังเชือกในมหาวิทยาลัยไม่ใช่

✅ เหตุผลที่ทำเลนี้น่าสนใจ

  • ประชากรนนทบุรี ~1.3 ล้านคน แต่ยิม boulder day pass = 0 แห่ง (กรุงเทพมี 9)
  • คนนนทบุรีที่อยากปีนต้องขับเข้ากรุงเทพหรือไปรังสิต — ระยะทางคือปัจจัยอันดับหนึ่งที่คนเลือกยิม
  • ค่าเช่าโซนนนทบุรี/ปริมณฑลถูกกว่าสุขุมวิท-พระราม 9 มาก ซึ่งเป็นตัวแปรอันดับหนึ่งของโมเดล
  • Climbing Society ที่มีอยู่ pivot ไปทางเด็กและคลาสสอนแล้ว (เปิดแค่ 10:00–19:00 ปิดวันอังคาร ไม่มี day pass) → ไม่แย่งลูกค้าวัยทำงานที่มาเย็นหลังเลิกงาน ซึ่งคือกลุ่มหลักของยิม

⚠️ เหตุผลที่ต้องระวัง

  • Boulder Planet ขาดทุน 5.20 ล้านจากรายได้ 11.75 ล้าน (ปีที่ 2) — ยิมในโซนนี้ที่มี traffic ห้างระดับ Future Park ยังทำเงินไม่พอ
  • ราคาตลาดโซนนี้ถูกกว่ากรุงเทพมาก — 250฿ (Boulder Planet) และ 150฿ (ธรรมศาสตร์) เทียบ 450฿ ในเมือง → ตั้งราคา 450 ไม่ได้
  • ถ้ารายได้ต่อครั้งเหลือ ~250฿ แทน 325฿ จุดคุ้มทุนยิมเล็กขยับจาก 21 เป็น ~27 คน/วัน (เงินสด) และ ~39 คน/วัน (รวมค่าเสื่อม)
  • ยังไม่รู้ว่าทำไม Climbing Society ถึงไม่ทำ day pass — อาจเป็นเพราะทดลองแล้วไม่มีคนพอ ต้องไปถามเจ้าของโดยตรง

สิ่งที่ต้องไปทำก่อนตัดสินใจทำเลนี้ (เรียงตามลำดับ)

  1. ไป Climbing Society ด้วยตัวเอง — ดูว่าเล็กแค่ไหน เส้นน้อยจริงไหม และถามเจ้าของตรง ๆ ว่าทำไมถึงเลือกทำคลาสสอนแทน day pass คำตอบนี้มีค่ามากที่สุด เพราะเขาทดลองตลาดนี้มาก่อนแล้ว
  2. ไป Boulder Planet รังสิตช่วงเย็นวันธรรมดาและเสาร์ — นับหัวคนทุก 15 นาที · ยิมที่ขาดทุน 5.2 ล้านมีคนกี่คนต่อวัน = เส้นฐานของโซนนี้
  3. นับคนที่ ม.ธรรมศาสตร์รังสิต — ดูว่านักศึกษาปีนกันจริงจังแค่ไหน (เป็นฐานลูกค้าอนาคต)
  4. ล่าอาคารเพดานสูงในนนทบุรี: โซนงามวงศ์วาน–แคราย–รัตนาธิเบศร์ (ใกล้ MRT สายสีม่วง) และสนามบินน้ำ–ท่าทราย · เทียบค่าเช่ากับ 91–214฿/ตร.ม. ที่เก็บมาได้
  5. ถ้าค่าเช่าได้ต่ำกว่า 100฿/ตร.ม. และรับราคา 300฿/ครั้งได้ → ตัวเลขจะยังผ่าน

นนทบุรี — รายละเอียดของที่มีอยู่ ข้อเท็จจริง

Climbing Society · ถนนนนทบุรี ใกล้แยกสนามบินน้ำ · โทร 083-555-5727 · เปิด 10:00–19:00 ปิดวันอังคาร · มีที่จอดรถฟรีที่ปั๊มข้างเคียง

เรื่องClimbing Society (นนทบุรี)ยิมในกรุงเทพทั่วไป
รูปแบบการขายขายเป็นคลาสสอน 1.5 ชม. แบบส่วนตัวขาย day pass / สมาชิกรายเดือน
ราคา800 บาท/คลาส · 5 คลาส 3,600 บาท (720/ครั้ง)250–575 บาท/ครั้ง
กลุ่มลูกค้าเด็ก + ครอบครัว + คนเริ่มต้น (มีหน้าอยู่ในเว็บกิจกรรมเด็ก)วัยทำงานที่เล่นเป็นกีฬา
มีอะไรtop rope · ครูสอน · เช่ารองเท้า/อุปกรณ์boulder / เชือก / auto belay

นี่คือโมเดลที่ 3 ที่ไม่ได้อยู่ในแผนเดิม — "โรงเรียนสอนปีน" ขายราคาต่อครั้งสูงกว่ายิม 2–3 เท่า เพราะขายการสอน ไม่ใช่ขายเวลาใช้ผนัง ใช้พื้นที่น้อยกว่า ลงทุนต่ำกว่า และขายช่วงกลางวันได้ (ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุดของยิมทั่วไป)

ข้อจำกัด: รายได้ผูกกับจำนวนครูสอน ไม่ใช่ขนาดผนัง → โตแบบทวีคูณไม่ได้ · และยังไม่พบข้อมูลว่าเปิดมากี่ปี ขนาดเท่าไหร่ อยู่รอดดีแค่ไหน

ที่สำคัญกว่า: ทั้งจังหวัดนนทบุรี (ประชากร ~1.3 ล้าน) มีที่ปีนแค่แห่งเดียว และเป็นโมเดลคลาสสอน — ยังไม่มียิม bouldering แบบ day pass เลย ต่างจากกรุงเทพที่มี 9 แห่ง นี่คือช่องว่างที่ควรไปดูพื้นที่จริง

สัญญาณว่าตลาดกำลังโต

  • Stonegoat เปิดสาขา 2 ที่ The PARQ ส.ค. 2025 — ไม่มีใครเปิดสาขาสองถ้าสาขาแรกไม่รอด
  • สาขาใหม่มี 150+ เส้น และ Spray Wall ใหญ่ที่สุดในไทย = ลงทุนหนักขึ้น ไม่ใช่ลดขนาด
  • ยิมใหม่กระจายออกต่างจังหวัด (ขอนแก่น) = ตลาดไม่ได้จำกัดแค่กรุงเทพแล้ว
  • ยิมส่วนใหญ่ที่เปิดใหม่เป็น bouldering ไม่ใช่ยิมเชือก

สัญญาณเตือน

  • กรุงเทพมียิมแล้ว 9 แห่ง — ไม่ใช่ตลาดว่าง
  • ราคาแตกเป็น 2 ขั้วชัดเจน: 150–250฿ (F5, Gravity Lab) vs 450–600฿ (เจ้าใหญ่) → มีสงครามราคาเกิดขึ้นแล้ว
  • ยิมเจ้าใหญ่กระจุกอยู่ฝั่งตะวันออก (บางนา สุขุมวิท) และตะวันตก (บางแค บรมราชชนนี)
  • รายเดือนเฉลี่ยไทย ~2,000฿ เท่ากับญี่ปุ่น (8,000 เยน = 1,760฿) ทั้งที่รายได้ต่อหัวต่างกัน 3–4 เท่า → ราคาไทยแพงเมื่อเทียบกำลังซื้อ ตลาดจึงจำกัดอยู่ที่คนรายได้สูง

02งบการเงินจริงทั้งวงการ — 5 ปีย้อนหลัง

ดึงจาก DBD DataWarehouse (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) โดยตรง — งบจริงที่บริษัทยื่นต่อกรม ปีงบล่าสุด 2568 ข้อเท็จจริง

ตารางที่ตัดสินทุกอย่าง — ปี 2568 (ล้านบาท)

ยิมโมเดล / ทำเลอายุรายได้กำไร(ขาดทุน)อัตรากำไร
Stonegoatboulder ล้วน · สุขุมวิท 69 + The PARQ5 ปี41.62-8.18-19.7%
CMRCAปีนผา+ทัวร์ · เชียงใหม่23 ปี36.64-2.17-5.9%
Balance Climbingboulder · พระราม 9 (ในตึก Bell)3 ปี27.49-1.38-5.0%
Boulder Planetboulder · ในห้าง Future Park รังสิต (เชนสิงคโปร์)3 ปี11.75-5.20-44.3%
Climb Centralผสม · ในโลตัสบางแค (เชนสิงคโปร์)9 ปี9.22+0.16+1.7%
Rock Domainผสมเชือก · บางนา13 ปี8.78+0.40+4.5%
Climbing Factoryกทม.23 ปี3.43+0.10+2.9%

กฎที่ตัวเลขบอก: ยิมที่โต = ขาดทุน · ยิมที่กำไร = หยุดโต

ไม่มียิมไหนในไทยที่ ทั้งโตและทำกำไรพร้อมกัน — สามเจ้าที่กำไรคือเจ้าที่รายได้นิ่งมาหลายปี และกำไรบางแค่ 1.7–4.5% ของรายได้ (หลักแสนบาทต่อปี)

รวมรายได้ทั้ง 7 บริษัท ≈ 139 ล้านบาท/ปี — นี่คือขนาดตลาดยิมปีนผาไทยทั้งประเทศเท่าที่จดทะเบียนนิติบุคคล (ยังมีเจ้าที่ไม่ส่งงบ/จดบุคคลธรรมดาอีก)

สามเรื่องที่ตัวเลข 5 ปีเปิดเผย

1 · Stonegoat พิสูจน์แล้วว่ายิม boulder ทำกำไรได้จริง — ก่อนขยายสาขา

ล้านบาท25642565256625672568
รายได้รวม3.7318.9632.8442.3241.62
กำไร(ขาดทุน)-3.93+3.64+5.78+4.86-8.18
สินทรัพย์18.5320.8027.9544.5785.33
หนี้สิน17.8016.4417.8129.5776.51
ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์16.4716.2718.3919.2551.30

อ่านเรื่องราว: ปีแรกขาดทุน 3.93 ล้าน (ปกติของยิมใหม่) → กำไร 3 ปีติดกัน สูงสุด 5.78 ล้าน (2566 = อัตรากำไร 17.6%) → ปี 2568 ทุ่มลงทุนสาขา 2 ที่ The PARQ: อุปกรณ์เพิ่ม 19→51 ล้าน กู้เพิ่ม 30→77 ล้าน เงินสดเหลือ 1.45 ล้าน สภาพคล่อง 0.34 → ขาดทุน 8.18 ล้าน

นี่คือหลักฐานที่สำคัญที่สุดในรายงาน: ยิม bouldering สาขาเดียวในกรุงเทพ ทำกำไรปีละ 3.6–5.8 ล้านบาทได้จริง

การขาดทุนปี 2568 ไม่ใช่เพราะโมเดลพัง แต่เพราะเลือกขยาย — ซึ่งเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่ชะตากรรม

2 · Balance Climbing — คู่แข่งที่โตเร็วที่สุด และกำลังจะถึงจุดคุ้มทุน

ล้านบาท2565256625672568
รายได้รวม0.005.3214.5027.49
กำไร(ขาดทุน)-0.05-0.71-1.44-1.38
ขาดทุนคิดเป็น % ของรายได้-13.3%-9.9%-5.0%
ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์2.2612.0825.1141.37

รายได้โต 5 เท่าใน 2 ปี และขาดทุนแคบลงทุกปี (-13% → -10% → -5%) = กำลังเดินเข้าหาจุดคุ้มทุนอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันก็ลงทุนอุปกรณ์ต่อเนื่อง 2 → 41 ล้าน

นี่คือคู่แข่งที่ควรเฝ้าดูที่สุด ไม่ใช่ Rock Domain — เพราะเป็นเจ้าที่กำลังพิสูจน์ว่าโมเดล boulder ในทำเลห้าง/อาคารสำนักงาน โตได้เร็วแค่ไหน

3 · Rock Domain กำไรแล้ว — แต่ด้วยวิธีที่อันตราย

ล้านบาท25642565256625672568
รายได้รวม4.578.328.089.668.78
กำไร(ขาดทุน)-2.36-0.90-1.71+0.17+0.40
ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์3.672.481.431.150.96
หนี้สิน10.6410.7410.9710.6210.51

ตัวเลขที่ต้องดูคือแถวที่สาม — มูลค่าอุปกรณ์ลดลงจาก 3.67 เหลือ 0.96 ล้านบาท ใน 5 ปี แปลว่าแทบไม่ได้ลงทุนใหม่เลย ปล่อยให้ของเก่าเสื่อมไปเรื่อย ๆ พอค่าเสื่อมหมด กำไรทางบัญชีก็โผล่มา

และตัวเลขนี้ตรงกับรีวิวลูกค้าเป๊ะ ๆ — ผู้รีวิว Wongnai เขียนว่า "ของค่อนข้างเก่า" ซึ่งงบการเงินยืนยันว่าจริง นี่คือกำไรที่มาจากการหยุดลงทุน ไม่ใช่จากการทำธุรกิจดีขึ้น (รายได้นิ่งที่ 8–9.7 ล้านมา 4 ปี)

หนี้สิน 10.5 ล้าน > สินทรัพย์ 3.22 ล้าน → ส่วนของผู้ถือหุ้นยังติดลบราว 7.3 ล้าน ตรงกับ "มูลค่าบริษัท -7.28 ล้าน" ที่เห็นตอนแรก

เรื่องที่ค้นพบระหว่างทาง — คู่แข่งครึ่งหนึ่งเป็นทุนต่างชาติ

แปลว่าคู่แข่งที่ทุนหนาที่สุดไม่ใช่คนไทย และกำลังใช้กลยุทธ์เข้าห้างสรรพสินค้าเพื่อชิงลูกค้ามือใหม่ด้วยราคาต่ำ (250 บาท เทียบ 450 บาทของยิมโกดัง)

เครื่องมือที่ใช้ — ทำซ้ำเองได้

งบทั้งหมดนี้ดึงด้วย node dbd.js profile <เลขนิติบุคคล> จากเครื่องมือที่แกะ API ของ DBD DataWarehouse ไว้แล้วที่ C:\เพื่อนหาร\งานสำคัญ\dbd-research\ฟรี ไม่ต้องล็อกอิน ได้งบ 5 ปีย้อนหลังของทุกบริษัทไทย

สคริปต์ที่เขียนไว้สำหรับงานนี้: _work/dbd_scan.py (กวาดหาบริษัทยิมปีนผาทั้งวงการ) · _work/dbd_report.py (สร้างตารางเทียบ 5 ปี) — รันซ้ำได้ทุกปีเมื่องบใหม่ออก

ของเดิม — รายละเอียด Rock Domain ที่วิเคราะห์ไว้ก่อนได้งบเต็ม

บริษัท ร็อคโดเมน จำกัด ข้อเท็จจริง

เจ้าของ Rock Domain Climbing Gym — ยิมปีนผาเต็มรูปแบบแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ · เลขนิติบุคคล 0105555130880 · แหล่ง: creden.co + companieshouse.co.th

รายการค่าอ่านว่าอะไร
จดทะเบียน5 ก.ย. 2555 (เปิดมา 13 ปี)ไม่ใช่ธุรกิจใหม่ที่ยังไม่ลงตัว
ทุนจดทะเบียน1,000,000 บาททุนน้อยมากเทียบกับ CAPEX ที่ต้องใช้ → แปลว่าใช้เงินกู้/เงินเจ้าของ
รายได้รวม (2020)7,480,522 บาท= 623,377 บาท/เดือน
ขาดทุนสุทธิ (2020)-566,042 บาท= ขาดทุนเดือนละ 47,170 บาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น (2020)-2,881,328 บาทติดลบ = ขาดทุนสะสมกินทุนหมดแล้ว
มูลค่าบริษัทปัจจุบัน-7,283,264 บาทขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นจากปี 2020 อีกเท่าตัว

สิ่งที่ตัวเลขนี้บอก: ยิมที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุด มีชื่อเสียงที่สุด (รีวิวดี 4.8) และมีทั้ง boulder + เชือกครบ — ยังทำกำไรไม่ได้หลัง 13 ปี

⚠️ ข้อจำกัด: ตัวเลข 2020 เป็นปีโควิด ซึ่งกดรายได้ทุกธุรกิจ · แต่ "ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ" และ "มูลค่าบริษัทติดลบเพิ่มขึ้น" เป็นภาพสะสมที่ไม่ได้เกิดในปีเดียว · ต้องซื้องบปี 2564–2568 มาดู (มีอยู่ในระบบแล้ว) ก่อนสรุปขั้นสุดท้าย

เทียบกับ Stonegoat — ยิม bouldering ที่เปิดทีหลัง 8 ปี ข้อเท็จจริง

บริษัท สโตนโกทกรุ๊ป จำกัด · เลขนิติบุคคล 0105563132110 · แหล่ง: dataforthai + creden + Tracxn

รายการRock Domain
ผสมเชือก
Stonegoat
bouldering อย่างเดียว
อ่านว่าอะไร
จดทะเบียน5 ก.ย. 2555 (13 ปี)9 ก.ย. 2563 (5 ปี)Stonegoat ใหม่กว่า 8 ปี
ทุนจดทะเบียน1,000,000 บาท7,000,000 บาททุนหนากว่า 7 เท่า → ไม่ต้องพึ่งเงินกู้มาก
รายได้7,480,522 (ปี 2020)≈ 19,000,000 (ปี 2022)มากกว่า ~2.5 เท่า
ผู้ถือหุ้นไทย 3 ราย 100%ไทย 3 ราย 95.7%
+ มาเลเซีย 1 ราย 4.3%
Stonegoat มีทุน/ความรู้จากต่างประเทศร่วม
สาขา1 (บางนา)2 (สุขุมวิท 69 + The PARQ ส.ค. 2025)ขยายได้ = โมเดลทำซ้ำได้
ประเภทธุรกิจจดทะเบียนTSIC 93199 กิจกรรมกีฬาอื่น ๆTSIC 93112 สถานที่ออกกำลังกาย
กำไร/ขาดทุน-566,042 (2020)
มูลค่าบริษัท -7.28 ล้าน
ไม่เปิดเผย (ต้องล็อกอิน)ช่องว่างที่ยังปิดไม่ได้

สิ่งที่เทียบนี้บอก: ยิม bouldering อย่างเดียว ที่เปิดทีหลัง 8 ปี ทำรายได้มากกว่ายิมผสมเชือกที่ใหญ่ที่สุดถึง 2.5 เท่า และขยายสาขาที่ 2 ได้ ขณะที่ยิมเชือกยังขาดทุนสะสม

⚠️ ข้อจำกัดที่ต้องบอกให้ชัด: ปีที่เทียบไม่ตรงกัน (2020 = ปีโควิดเต็ม ๆ ของ Rock Domain · 2022 = ปีที่เริ่มฟื้นของ Stonegoat) และ ยังไม่รู้กำไรของ Stonegoat — รายได้สูงไม่ได้แปลว่ากำไร ยิมที่โตเร็วอาจเผาเงินอยู่ก็ได้ · ตัวเลข 19 ล้านมาจาก Tracxn ซึ่งอ้างงบ DBD ต้องยืนยันด้วยงบตัวจริง

พยายามหางบของเจ้าอื่นแล้ว — นี่คือสิ่งที่ติด

ลองดึงจาก 4 ฐานข้อมูล (dataforthai · creden · companieshouse · Tracxn) × หลายเจ้า ผลคือ:

ทางออก: ซื้อรายงานจาก creden (หลักร้อยบาทต่อบริษัท) หรือขอที่ DBD DataWarehouse — เป็นค่าใช้จ่ายที่คุ้มที่สุดในทั้งโครงการ เพราะจะได้กำไร/ขาดทุนจริงของทั้งวงการ

คำนวณย้อนกลับ — ตัวเลขที่มีค่าที่สุดในรายงานนี้

จากงบ เราถอดสมการของยิมขนาดนี้ออกมาได้ทั้งชุด ประมาณการจากข้อเท็จจริง

สิ่งที่ถอดได้วิธีคิดผล
ค่าใช้จ่ายจริงทั้งหมดรายได้ 623,377 + ขาดทุน 47,170≈ 670,547 บาท/เดือน
จำนวนคนที่มาใช้บริการจริง7,480,522 ÷ 325 บาท/ครั้ง ÷ 365≈ 63 คน/วัน
จำนวนคนที่ต้องมีถึงจะเสมอตัว670,547 ÷ 325 ÷ 30≈ 69 คน/วัน
ส่วนที่ขาด69 − 63ขาดอีก 6 คน/วัน

ยิมนี้ ไม่ได้ห่างจากจุดคุ้มทุนไกลเลย — ขาดแค่ ~6 คนต่อวัน หรือขึ้นราคาอีก ~8% ก็เสมอตัวได้ นี่เปลี่ยนการตีความจาก "ธุรกิจนี้ไม่รอด" เป็น "ธุรกิจนี้มาร์จิ้นบางมาก ผิดนิดเดียวก็ขาดทุน"

03เศรษฐศาสตร์ — ต้องมีกี่คนต่อวัน

คำนวณด้วย Python (ไม่ใช้ AI คำนวณ) แล้วให้ AI 8 มุมมองโจมตีสมมติฐาน จากนั้นแก้ตามข้อที่ตรวจแล้วว่าถูก — รอบแรกลืมค่าเสื่อมราคา ค่าการตลาด และค่าบำรุงรักษา ทำให้จุดคุ้มทุนต่ำเกินจริง

สถานการณ์พื้นที่ / ผนังCAPEX (ช่วง)ค่าใช้จ่ายคงที่
ต่อเดือน
ค่าเสื่อม
ต่อเดือน
คุ้มทุนเงินสดคุ้มทุนจริง
(รวมค่าเสื่อม)
A · ยิมเล็ก
พิสูจน์ตลาด
400 / 320 ตร.ม.5.3–12.2 ล้าน
กลาง 8.3 ล้าน
178,00080,00021 คน/วัน30 คน/วัน
B · ยิมกลาง
เทียบ Stonegoat/Rock Domain
1,100 / 900 ตร.ม.13.7–33.0 ล้าน
กลาง 22.0 ล้าน
432,000211,66751 คน/วัน76 คน/วัน
C · ยิมใหญ่
ครบวงจร
1,800 / 1,400 ตร.ม.20.7–51.4 ล้าน
กลาง 34.0 ล้าน
615,800330,00073 คน/วัน112 คน/วัน

ทำไมตัวเลขชุดนี้เชื่อถือได้ — สองวิธีคำนวณอิสระให้ผลตรงกัน

โมเดล bottom-up (คำนวณจากค่าเช่า ค่าแรง ค่าไฟ ทีละรายการ) บอกว่ายิม 1,100 ตร.ม. ต้องการ 76 คน/วัน
งบการเงินจริง top-down (ถอดจากรายได้และขาดทุนของ Rock Domain) บอกว่าต้องการ 69 คน/วัน

ต่างกันเพียง 10% — ทั้งที่คำนวณคนละทางโดยไม่พึ่งกันเลย นี่คือการ triangulate ที่ทำให้เชื่อตัวเลขชุดนี้ได้

ความจริงเรื่องความจุที่คนมักเข้าใจผิด

โมเดลรอบแรกคำนวณว่า "ต้องเต็มแค่ 10% ของความจุก็เสมอตัว" ซึ่งดูง่ายเกินไป — ข้อวิจารณ์ที่ถูกต้องคือ ยิมขายของได้เฉพาะชั่วโมงพีค (เย็นวันธรรมดา + เสาร์อาทิตย์) ไม่ใช่ทั้งวัน

เมื่อคิดความจุจากพีคจริง (~2.5 รอบขายได้ต่อวัน) ตัวเลขเปลี่ยนเป็น ต้องเต็ม 27–46% ของความจุที่ขายได้จริง ซึ่งเป็นเป้าที่ท้าทายแต่ทำได้ — และอธิบายได้ว่าทำไมยิมที่ "ดูคนเยอะตอนเย็น" ถึงยังขาดทุน

ตัวแปรที่อ่อนไหวที่สุด

1. รายได้เฉลี่ยต่อครั้ง

ใช้ 325 บาท (ปรับลงจาก 372 ตามหลักฐานจริง) — ต่างแค่ 47 บาท ทำให้จุดคุ้มทุนขยับ 15% ตัวนี้ขึ้นกับสัดส่วนสมาชิกและความถี่ที่สมาชิกมา

2. ค่าเช่า

91–214 บาท/ตร.ม. ต่างกัน 2.3 เท่า — ยิมกลางที่รามอินทรา (214) จ่ายค่าเช่าแพงกว่าที่คลองสามวา (91) เดือนละ 135,000 บาท = ต้องหาคนเพิ่ม 14 คน/วันเพื่อชดเชย

3. ค่าเสื่อมราคา

80,000–330,000 บาท/เดือน — นี่คือตัวที่ทำให้ "กำไรเงินสด" กับ "กำไรจริง" ต่างกันมาก ยิมที่ดูมีเงินหมุนอาจกำลังกินทุนตัวเองอยู่

04ต้นทุนจริง — CAPEX / OPEX

ตัวเลขอ้างอิงจากต่างประเทศ ข้อเท็จจริง

หมวดสหรัฐฯญี่ปุ่นหมายเหตุ
ผนังปีน$65–85/ตร.ฟุต ของพื้นผิวปีน (2026)
$25–40/ตร.ฟุต (2015)
โกดัง 60 ตร.วา (~198 ตร.ม.)
15 ล้านเยน ≈ 3.3 ล้านบาท
ทั้งโครงการ

แบบเต็มรูป/กันเสียง+แอร์หนา
30 ล้านเยน+ ≈ 6.6 ล้านบาท
ตัวเลข 2015 กับ 2026 ต่างกัน 2 เท่า — ใช้ตัวใหม่
เบาะ$28–42/ตร.ฟุต ของพื้นที่ตก
หรือ $15,000–120,000/โครงการ
ห้ามประหยัดหมวดนี้
โฮลด์$4–7/ตร.ฟุต ของพื้นผิวปีน
หรือ $5,000–80,000/โครงการ
โฮลด์จีน $1–3/ชิ้น (ยุโรปแพงกว่ามาก)
ปรับปรุงอาคาร$80–160/ตร.ฟุต
(รวม HVAC ไฟฟ้า ห้องน้ำ ระบบดับเพลิง)
เงินประกัน 10 เดือน + คีย์มันนี่ 2 เดือนไทยได้เปรียบ — มัดจำแค่ 3 เดือน
ออกแบบ+ขออนุญาต$75,000–250,000ไทยถูกกว่ามาก
ค่าเช่าก่อนเปิดต้องแบก 6–10 เดือนข้อที่คนลืมนับบ่อยที่สุด
เงินสำรอง10% ของงบ (ทุกแหล่งตรงกัน)ต้องมีเงินหมุนช่วงขาดทุนหลังเปิดหลายแหล่งยืนยันตรงกัน
ยิม boutique bouldering สหรัฐฯ 8,000–12,000 ตร.ฟุต = $1.4–2.8M ทั้งโครงการ (≈ 48–96 ล้านบาท) — แพงกว่าไทย 4–6 เท่า เพราะค่าแรงและค่าอาคาร

ประมาณการสำหรับไทย ประมาณการ — ยังไม่มีใบเสนอราคาจริง

ตัวเลขที่ใช้ในโมเดล ปรับจากสหรัฐฯ/ญี่ปุ่นด้วยค่าแรงไทย:

ตัวสอบทาน: ญี่ปุ่นทำยิม 198 ตร.ม. ได้ที่ 3.3 ล้านบาท = 16,700 บาท/ตร.ม.พื้นที่ · โมเดลไทยของเราได้ 8.3 ล้าน ÷ 400 = 20,700 บาท/ตร.ม. — อยู่ในระนาบเดียวกัน (ไทยควรถูกกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ จึงเป็นการประมาณแบบระมัดระวัง)

⚠️ ช่วง low–high ต่างกันถึง 2.3 เท่า (5.3 ถึง 12.2 ล้านสำหรับยิมเล็ก) — ความไม่แน่นอนนี้ใหญ่เกินกว่าจะตัดสินใจได้ ต้องขอใบเสนอราคาจริงก่อน

ใครทำผนังได้บ้าง ข้อเท็จจริง

ไทย

Proclimber Thailand (กรุงเทพ) — ผู้รับเหมาผนังปีนในไทยที่พบ · ควรเป็นเจ้าแรกที่ขอใบเสนอราคา เพราะไม่มีค่าขนส่ง/ภาษีนำเข้า/ค่าวีซ่าผู้คุมงาน

ภูมิภาค

Wonderwall (มาเลเซีย) คิด MYR 250–350/ตร.ฟุต · โรงงานจีนบน Alibaba/Made-in-China มีทั้งผนัง เบาะ โฮลด์ · ต้องเช็กว่าผลิตตาม EN 12572 ไหม

ระดับโลก

Walltopia (บัลแกเรีย) วัสดุเริ่ม $178/ตร.ม. ไม่รวมขนส่ง/ติดตั้ง/ค่าวีซ่าผู้คุมงาน · Eldorado, Vertical Solutions, Entre-Prises · แพงแต่มีเอกสารมาตรฐานครบ

04bจ้างไทย vs นำเข้า — ค่าใช้จ่ายสุดท้ายเท่าไหร่

คำนวณ landed cost จริงทีละขั้น: FOB → ค่าเรือ → CIF → อากร → VAT → พิธีการ → ขนส่งในประเทศ → ค่าติดตั้ง (ตัวอย่างผนัง 320 ตร.ม. สำหรับยิมเล็ก · อัตรา 34.5 บาท/USD)

ผลลัพธ์ที่สวนความคาดหมาย — นำเข้าจีนไม่ได้ถูกกว่าจ้างไทย

ทางเลือกค่าใช้จ่ายสุดท้ายบาท/ตร.ม.หมายเหตุ
จ้างไทย — ถูก2,240,0007,000ถ้าใบเสนอราคาจริงออกมาระดับนี้ = ชนะขาด
นำเข้าจีน — กรณีดีสุด3,247,59610,149ต้องได้อากร 0% + ค่าเรือถูก + หาช่างติดตั้งเองได้
จ้างไทย — กลาง3,520,00011,000ระดับที่คาดว่าจะเจอ
นำเข้าจีน — กรณีกลาง4,155,13512,985สมมติฐานที่ควรใช้วางแผนถ้าจะนำเข้า
Walltopia / ยุโรป4,416,02713,800แพงสุดในกลุ่มปกติ แต่ได้เอกสารมาตรฐานครบ
จ้างไทย — แพง5,120,00016,000ยังถูกกว่านำเข้าจีนกรณีแย่สุด
นำเข้าจีน — กรณีแย่สุด5,290,15516,532โดนพิกัด 20% + ค่าเรือแพง + ติดตั้งแพง

ทำไมนำเข้าถึงไม่ถูกอย่างที่คิด: ราคา FOB จีน $200–250/ตร.ม. = 6,900–8,625 บาท/ตร.ม. ตั้งแต่ยังไม่ออกจากท่า ซึ่งใกล้เคียงราคาผู้รับเหมาไทยอยู่แล้ว พอบวกอากร + VAT 7% + พิธีการ + ขนส่ง + ค่าติดตั้งที่ต้องหาช่างเอง (ผู้ขายจีนส่วนใหญ่ขายแต่ของ) ก็แซงหน้าไทยไป

แจกแจงทีละขั้น — กรณีกลาง (สมมติฐานที่ควรใช้วางแผน)

ขั้นรายการจำนวน
1FOB สินค้า ($225/ตร.ม. × 320)2,484,000
2+ ค่าเรือ ($1,400 ตู้ 40HC)48,300
3+ ประกันภัย 0.5%12,420
4= CIF (ฐานคำนวณภาษี)2,544,720
5+ อากรขาเข้า 10%254,472
6+ VAT 7% ของ (CIF + อากร)195,943
7+ พิธีการ + ชิปปิ้ง15,000
8+ ขนส่งแหลมฉบัง → ไซต์25,000
9+ ค่าติดตั้งในไทย (3,500/ตร.ม.)1,120,000
ค่าใช้จ่ายสุดท้าย4,155,135 บาท = 12,985 ฿/ตร.ม.

สูตรที่ใช้: อากร = CIF × อัตราพิกัด · VAT = (CIF + อากร) × 7% — เป็นสูตรกรมศุลกากรไทย

⚠️ ความเสี่ยงอันดับหนึ่งของการนำเข้า — พิกัดศุลกากร

ผนังปีนจะถูกจัดพิกัดเป็นอะไร ยังไม่มีคำตอบ:

ส่วนต่างระหว่างสองกรณีนี้คือ 2,042,559 บาท สำหรับผนังชุดเดียว — มากกว่าครึ่งของราคาผนังเอง

สิ่งที่ต้องทำก่อนสั่ง: ยื่นขอ วินิจฉัยพิกัดล่วงหน้า (Advance Ruling) กับกรมศุลกากร (Call Center 1164) พร้อมสเปกสินค้า — ฟรีและผูกพันทางกฎหมาย ทำก่อนโอนเงินมัดจำเสมอ

ค้นพบที่ประหยัดเงินได้ทันที — เบาะห้ามนำเข้า

ปริมาตรของจริง (ยิมเล็ก 400 ตร.ม.)

  • ผนัง 320 ตร.ม. (ไม้ 18mm + โครง) ≈ 10.9 CBM
  • โฮลด์ทั้งยิม ≈ 6 CBM
  • เบาะ 240 ตร.ม. หนา 30 ซม. ≈ 75.6 CBM
  • รวม 92.5 CBM = 1.2 ตู้ 40HC

เบาะกิน 82% ของปริมาตรทั้งหมด แต่มูลค่าต่อ CBM ต่ำที่สุด เพราะเป็นฟองน้ำ

ตัวเลขที่ตัดสิน

  • เบาะ FOB จีน (~$55/ตร.ม.) = 455,400 บาท
  • ค่าเรืออย่างเดียว (76 CBM) = 156,492 – 730,296 บาท
  • → ค่าขนส่งคิดเป็น 34–160% ของราคาสินค้า
  • สั่งทำในไทย = 600,000 – 1,440,000 บาท

สรุป: สั่งทำเบาะในไทย — ฟองน้ำและผ้าใบหาได้ในประเทศ มีผู้ผลิตเบาะยิม/ฟูกอยู่แล้ว แต่ต้องบังคับสเปกตาม EN 12503 และขอผลทดสอบการดูดซับแรงกระแทกเป็นเอกสาร ห้ามรับปากด้วยวาจา

สรุปกลยุทธ์จัดซื้อที่ตัวเลขชี้

  1. ขอใบเสนอราคาผู้รับเหมาไทยก่อนเสมอ (Proclimber Thailand 081-819-3353) — ถ้าออกมา ≤11,000 บาท/ตร.ม. รวมติดตั้ง ให้จบที่ไทย ไม่ต้องยุ่งกับการนำเข้าเลย
  2. เบาะสั่งทำในไทยเสมอ ไม่ว่าผนังจะมาจากไหน
  3. โฮลด์นำเข้าจีนคุ้มที่สุด ($1–3/ชิ้น) เพราะปริมาตรน้อย มูลค่าต่อ CBM สูง และไม่มีเรื่องความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง
  4. ถ้าจะนำเข้าผนัง ต้องขอวินิจฉัยพิกัดก่อน และต้องมีช่างติดตั้งในมือแล้ว
  5. Walltopia/ยุโรปคุ้มเฉพาะกรณีที่ ต้องการเอกสารมาตรฐานเพื่อทำประกันหรือรองรับการแข่งขัน — ราคาต่างจากไทยกลางเพียง ~25% แต่ได้เอกสารครบ

ทุกตัวเลขในบทนี้เป็น ประมาณการ จากราคาตลาดที่ค้นได้ ยังไม่มีใบเสนอราคาจริง — ใช้เป็นกรอบต่อรอง ไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย · คำนวณด้วย _work/model3_wall.py ปรับตัวเลขแล้วรันซ้ำได้

05เสียงลูกค้าไทยจริง

สกัดจากรีวิว Wongnai, กระทู้ Pantip, โพสต์ Lemon8 และบล็อกรีวิวจริง ข้อเท็จจริง — คำพูดดิบ

สิ่งที่ลูกค้าชม

  • "เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือดี อุปกรณ์มีการเช็คตลอดรวมไปถึงหน้าผาจำลองด้วย"
  • "มาปีนเขาครั้งแรกที่นี่! รู้สึกปลอดภัย สนุก อยากมาอีก"
  • "มีเทรนเนอร์สอนตั้งแต่วิธีการใส่ชุดเซฟตี้ที่เอว สอนผูกเชือก สอนวิธีใช้เครื่องมือ"
  • "เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ที่หัดเล่นและมืออาชีพที่ปีนเป็นประจำ"
  • "สถานที่ดี ที่จอดรถเยอะ"

→ แปลว่า "ความปลอดภัย + คนสอน" คือสิ่งที่ลูกค้าไทยรับรู้เป็นคุณค่าหลัก ไม่ใช่จำนวนเส้นทางหรือความยากของผนัง

สิ่งที่ลูกค้าบ่น

  • "ของค่อนข้างเก่า" — อุปกรณ์/ผนังที่ไม่ได้ลงทุนต่อเนื่อง
  • "ต้องมาเป็นคู่จะสะดวกที่สุดในการเล่น" — ปัญหาโครงสร้างของยิมเชือก คนมาคนเดียวเล่นไม่ได้
  • ราคาจ่ายจริงสูงกว่าป้ายมาก (ดูกล่องล่าง)
  • "อยากแต่งบมีจำกัด" — ความอ่อนไหวเรื่องราคาชัดเจน

ค้นพบที่ใช้ได้ทันที — ราคาป้าย ≠ ราคาที่จ่ายจริง

รีวิวจริงของ Rock Domain สามคนบอกตรงกัน:

ผู้รีวิวคำพูดจริงจ่ายจริง
A.Aun"ค่าเข้า 400฿, รองเท้า 100฿, ตะขอ Safe 20฿, เชือกคล้องขา 50฿"570฿
Patziilla"ราคาเล่นจะไม่รวมอุปกรณ์ เบ็ดเสร็จแล้วจะตกอยู่ที่คนละประมาณ 600 บาท"600฿
EAT WITH JOM"เพียงแค่นำเงินมา 500 นิดๆ"500฿+

ป้ายบอก 400 แต่จ่ายจริง 500–600 = แพงกว่าป้าย 25–50% → นี่คือช่องว่างที่ยิมใหม่ใช้ได้ทันที: ตั้งราคาเดียวจบรวมอุปกรณ์ ลูกค้าจะรู้สึกว่าโปร่งใสและถูกกว่า ทั้งที่รายได้ต่อหัวเท่ากัน

อุปสรรคของมือใหม่ไทย — คำพูดดิบจาก Pantip

สิ่งที่ตัวเลขนี้บอก: อุปสรรคของตลาดไทยไม่ใช่ "คนไม่สนใจ" แต่คือ คนสนใจแล้วแต่ไม่รู้ว่าเริ่มยังไง / ไม่รู้ว่าตัวเองเล่นได้ไหม / กลัวว่าจะแพง — ทั้งสามข้อแก้ได้ด้วยการสื่อสาร ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม

06ความปลอดภัย มาตรฐาน และกฎหมายไทย

มาตรฐานสากลที่ต้องเขียนลงในสัญญาจ้าง ข้อเท็จจริง

  • EN 12572-2:2017 — ผนัง bouldering โดยเฉพาะ กำหนด: ความสูงสูงสุด 4,500 mm (เหลือ 4,000 mm ถ้าปีนขึ้นไปยืนบนยอดได้), พื้นที่ตก (falling space), การเชื่อมต่อแผ่นเบาะ, ความแข็งแรงโครงสร้าง, การทดสอบแรงกระแทกของแผ่นผิว, การทำเครื่องหมาย เอกสาร และการตรวจสอบ
  • EN 12503 — เบาะกีฬา (การดูดซับแรงกระแทก การยุบตัว การคืนตัว) ใช้คู่กับ 12572-2
  • EN 12572 ยังมี part 1 (ผนังมีจุดยึดเชือก) และ part 3 (โฮลด์)

→ ใช้เป็นเงื่อนไขในสัญญาผู้รับเหมา และขอเอกสารรับรองก่อนจ่ายงวดสุดท้าย — เอกสารชุดนี้จะถูกใช้ทั้งตอนทำประกันและตอนเกิดเหตุ

ใบอนุญาตในไทย ข้อเท็จจริง

ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

  • กฎหมายแม่: พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 31–33
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2558 (แก้ไขล่าสุด ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2568) — 13 กลุ่ม 140+ ประเภท และ "ฟิตเนส" อยู่ในกลุ่มการบริการ
  • ยื่นที่: กทม. → ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขต หรือระบบ BMA OSS · ต่างจังหวัด → เทศบาล/อบต.
  • ยังต้องเช็กเพิ่ม: ใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร (อ.1) · ระบบป้องกันอัคคีภัย/ทางหนีไฟสำหรับพื้นที่เพดานสูง · พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 2559 ว่าครอบคลุมยิมปีนหรือไม่

ประกันภัย — จุดที่ยังเป็นช่องโหว่ใหญ่ที่สุด

ประกัน ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (Public Liability) มีขายในไทยแน่นอน (วิริยะประกันภัย และโบรกเกอร์อีกหลายเจ้า) คุ้มครองการบาดเจ็บ/เสียชีวิตของบุคคลภายนอกในสถานที่เอาประกัน รวมค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย วงเงินที่พบระบุถึง 5 ล้านบาท

แต่ยังไม่ยืนยัน 3 เรื่องที่สำคัญที่สุด:

  1. กรมธรรม์เหล่านี้ รับกีฬาเสี่ยง/สถานที่ปีนผาหรือไม่ — แพ็กเกจ SME ที่พบระบุประเภทธุรกิจเป็น สำนักงาน/ร้านค้า/ร้านอาหาร/ร้านเสริมสวย ไม่ได้ระบุยิมหรือสนามกีฬา
  2. ข้อยกเว้น เรื่องการบาดเจ็บที่เกิดจากการเข้าร่วมกิจกรรมด้วยตัวเอง (ซึ่งคือทุกเคสในยิมปีน)
  3. เอกสาร "ยินยอมรับความเสี่ยงเอง" ที่ให้ลูกค้าเซ็น มีน้ำหนักแค่ไหนตามกฎหมายไทย — ต้องถามทนาย ห้ามสรุปเอง

ข้อนี้เป็นเงื่อนไข go/no-go — ถ้าไม่มีบริษัทไหนรับประกัน หรือเบี้ยแพงจนโมเดลพัง ก็ไม่ควรทำ

07บทเรียนจากญี่ปุ่นและสิงคโปร์

ญี่ปุ่น — บริบทใกล้ไทยที่สุด ข้อเท็จจริง

  • โกดังเช่า 60 ตร.วา (~198 ตร.ม.) เปิดยิม bouldering ได้ที่ 15 ล้านเยน ≈ 3.3 ล้านบาท
  • ช่วงปกติ 15–30 ล้านเยน (3.3–6.6 ล้านบาท) · เกิน 30 ล้านเยนเมื่อทำผนังใหญ่กลางเมือง + กันเสียง + แอร์หนา
  • ค่าผนังคือหมวดใหญ่ที่สุดเสมอ
  • ค่าสมาชิก 8,000 เยน/เดือน ≈ 1,760 บาท · ตัวอย่างโมเดล: สมาชิก 100 คน = 176,000 บาท/เดือน
  • ต้นทุนเข้าอสังหาฯ หนักกว่าไทยมาก: เงินประกัน ~10 เดือน + คีย์มันนี่ ~2 เดือน
  • ย้ำว่าต้องมี เงินทุนหมุนเวียนแยกต่างหากสำหรับช่วงขาดทุนหลังเปิด

→ ยิมเล็กในโกดังคือโมเดลมาตรฐานของญี่ปุ่น ไม่ใช่ทางเลือกด้อยกว่า

สิงคโปร์ — ตลาดที่ราคาสูงกว่า ข้อเท็จจริง

  • Boulder Movement: day pass S$30 (~810฿) · happy hour S$19 (~510฿) · รายเดือน S$118–148 (~3,200–4,000฿) · บัตร 10 ครั้ง S$207
  • Ground Up: เข้าครั้งเดียว S$24 (~650฿) · 10 ครั้ง S$190
  • มียิม bouldering หลายสิบแห่งในเกาะเล็ก ๆ = ตลาดหนาแน่นกว่าไทยมาก

เทียบสามตลาด (รายเดือน): ไทย ~2,000฿ · ญี่ปุ่น ~1,760฿ · สิงคโปร์ ~3,200–4,000฿

→ ราคาไทยไม่ได้ถูก — แพงกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ ทั้งที่รายได้ต่อหัวต่ำกว่ามาก นี่จำกัดขนาดตลาดที่จ่ายไหวจริง และอธิบายว่าทำไมยิมไทยถึงมีลูกค้าน้อยกว่าที่ควร

08คำตัดสิน

ข้อสรุปที่แข็งขึ้นหลังได้งบการเงินเต็มทั้งวงการ

คำตัดสินเดิม ("ทำ boulder เล็ก ไม่เอาเชือก") ยังถูก และตอนนี้มีหลักฐานหนุนหนักกว่าเดิมมาก — เพราะรู้แล้วว่ายิม boulder สาขาเดียวทำกำไรปีละ 3.6–5.8 ล้านบาทได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

แต่มีข้อเพิ่มที่สำคัญมาก: ตัวเลข 5 ปีของทั้งวงการชี้ว่า การขยายสาขาคือสิ่งที่ฆ่ากำไร — Stonegoat กำไร 3 ปีติดแล้วขาดทุน 8.18 ล้านทันทีที่เปิดสาขา 2 · Balance Climbing ลงทุนอุปกรณ์ 41 ล้านและยังขาดทุนปีที่ 3 · Boulder Planet ขาดทุน 5.2 ล้านจากรายได้ 11.75 ล้าน

เงื่อนไขข้อที่ 8 ที่ต้องเพิ่ม: ห้ามเปิดสาขา 2 จนกว่าสาขาแรกจะทำกำไรครบ 2 ปีติด และมีเงินสดสำรอง 12 เดือน

คู่แข่งเปลี่ยนไปจากที่ประเมินไว้รอบแรก

วิธีที่ได้คำตัดสินนี้มา

ให้ AI ตอบคำถามเดียวกันจาก 3 จุดยืนที่ตั้งใจให้ขัดแย้งกัน — คนที่ถูกสั่งให้เชียร์ / คนที่ถูกสั่งให้ค้าน / คนที่ดูแต่ตัวเลข โดยให้ข้อเท็จจริงชุดเดียวกัน แล้วดูว่าทั้งสามเห็นตรงกันตรงไหน

ผลคือทั้งสามมุมมองบรรจบกันหมด — แม้แต่ฝั่งที่ถูกสั่งให้หาเหตุผลสนับสนุน ก็ยังสรุปว่า "no-go จนกว่าจะผ่านเงื่อนไข" และทั้งสามเลือกโมเดลเดียวกันโดยไม่ได้นัดกัน

✅ ถ้าจะทำ — ทำแบบนี้

Bouldering อย่างเดียว ขนาดเล็ก ~400 ตร.ม.
ในโกดังค่าเช่าถูก (91–96 บาท/ตร.ม.)

  • CAPEX 5.3–12.2 ล้าน (กลาง 8.3 ล้าน)
  • คุ้มทุนเงินสด 21 คน/วัน · คุ้มทุนจริง 30 คน/วัน
  • Rock Domain ทำได้ 63 คน/วัน = เป้าเราต่ำกว่าครึ่งของสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้ในตลาดนี้
  • ไม่มีเชือก = ไม่ต้องมีพนักงานคุมเชือกตลอดเวลา ค่าแรงต่ำกว่ามาก และมือใหม่เดินเข้ามาเล่นได้เลยโดยไม่ต้องมีเพื่อน (แก้ปัญหา "ต้องมาเป็นคู่" ที่ลูกค้าบ่น)
  • ตรงกับทิศทางตลาดที่กำลังโตจริง (Stonegoat ขยายสาขา, ยิมใหม่เกือบทั้งหมดเป็น boulder)

❌ อย่าทำแบบนี้

ยิมผสมเชือกขนาดกลาง-ใหญ่

  • CAPEX 22–34 ล้าน · คุ้มทุนจริง 76–112 คน/วัน
  • ตัวเลขนี้ สูงกว่าที่ยิมที่ดีที่สุดในตลาดทำได้จริง (63 คน/วัน)
  • มีหลักฐานงบการเงินว่าโมเดลนี้ขาดทุนต่อเนื่องมา 13 ปี
  • ผนังสูงต้องการอาคารที่แทบไม่มีให้เช่า และค่าปรับปรุงสูงกว่ามาก
  • ต้องมีพนักงานคุมเชือกตลอดเวลา = ค่าแรงคงที่สูง

เงื่อนไข Go / No-Go — ต้องผ่านครบทุกข้อก่อนลงเงิน

#เงื่อนไขเกณฑ์ที่วัดได้ถ้าไม่ผ่าน
1ใบเสนอราคาผนัง+เบาะ+ติดตั้ง ของจริง จาก ≥3 เจ้า (ไทย/ภูมิภาค/สากล)รวมไม่เกิน 12.2 ล้าน สำหรับยิม 400 ตร.ม. (เป้า 8.3 ล้าน)ไม่ทำ — ความไม่แน่นอน 2.3 เท่าใหญ่เกินรับ
2สัญญาเช่า อาคารเพดานสูงพอ (ต้องวัดใต้คาน ไม่ใช่ใต้หลังคา)130 บาท/ตร.ม./เดือน · สัญญา ≥6 ปี · มีสิทธิต่ออายุ + เพดานขึ้นราคา · ปลอดค่าเช่าช่วงก่อสร้าง ≥3 เดือน · เจ้าของยอมให้ยึดโครงสร้างไม่ทำ — ค่าเช่าคือตัวแปรอันดับหนึ่ง
3ประกัน Public Liability ที่คุ้มครองการปีนผาจริงมีใบเสนอราคา ≥2 บริษัท พร้อมข้อความที่ระบุว่ารับกิจกรรมปีนผา และเบี้ยไม่เกิน ~15,000 บาท/เดือนไม่ทำ — ความเสี่ยงคดีสูงเกินรับ
4หลักฐานความต้องการจริง ก่อนสร้างขายสมาชิกล่วงหน้า (คืนเงินได้) ได้ ≥120 คน หรือมีคนจ่ายเงินจริงในอีเวนต์ทดลอง ≥300 คนเลื่อน — ยังไม่พิสูจน์ว่ามีตลาดในทำเลนั้น
5คนเซ็ตเส้นทางมีคนรับปากเป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีแผนฝึกคนของตัวเองที่เริ่มไปแล้วเลื่อน — ไม่มีเซ็ตเตอร์ = สินค้าไม่มีของใหม่ = สมาชิกหายใน 3 เดือน
6เงินสำรองหลังเปิดเหลือเงินสด ≥ 6 เดือน ของค่าใช้จ่ายคงที่ (≈1.1 ล้านสำหรับยิมเล็ก) หลังจ่าย CAPEX แล้วไม่ทำ — ทุกแหล่งเตือนตรงกันเรื่องนี้
7งบการเงินคู่แข่งปีล่าสุดซื้องบ Rock Domain ปี 2564–2568 มาดู (มีในระบบแล้ว) — ถ้ายังขาดทุนต่อเนื่องหลังโควิด ต้องทบทวนทั้งแผนทบทวนแผน

เส้นทางที่แนะนำ — ขั้นบันได ไม่ใช่กระโดด

  1. เดือน 0–2 · พิสูจน์ต้นทุน — ขอใบเสนอราคาจริง 3 เจ้า (Proclimber ไทย / โรงงานจีน / Walltopia) + ขอเบี้ยประกัน 2 เจ้า + ซื้องบคู่แข่งปีล่าสุด · ใช้เงินหลักพัน แต่ตัดความไม่แน่นอนออกได้เกินครึ่ง
  2. เดือน 1–3 · พิสูจน์ตลาดโดยไม่สร้างยิม — เปิดเพจ/กลุ่ม พาคนไปปีนที่ยิมอื่นและหน้าผาจริงเป็นทริป · ถ้ารวมคนไม่ได้ 100 คนใน 3 เดือน แปลว่าจะรวมไม่ได้ตอนเปิดยิมเหมือนกัน
  3. เดือน 2–4 · ล่าอาคาร — ดูอาคารจริง ≥10 แห่งพร้อมตลับเมตรเลเซอร์ (วัดใต้คาน) + จ้างวิศวกรโครงสร้างดูผังก่อนเซ็น
  4. เดือน 4–6 · presale — เปิดขายสมาชิกล่วงหน้าคืนเงินได้ ตั้งเป้า 120 คน · เงินก้อนนี้คือหลักฐานความต้องการ ไม่ใช่รายได้ (อย่าใช้จนหมด)
  5. เดือน 6–12 · สร้างและเปิด — เฉพาะเมื่อผ่านเงื่อนไข 1–7 ครบ

ข้อเชื่อมโยงกับงานวิจัยรองเท้าปีนผาที่ทำไว้ก่อนหน้า

งานวิจัยแบรนด์รองเท้าปีนผาสรุปว่า ด่านจริงคือ "ฝีมือทำรองเท้า ไม่ใช่ทุน" และเส้นทางที่แนะนำคือ เปิดบริการ resole ในไทยก่อน เพื่อให้ได้ฝีมือ + ข้อมูลเท้าลูกค้า + กระแสเงินสด

ยิม bouldering คือแพลตฟอร์มที่ให้ครบทั้งสามอย่างพอดี — มีลูกค้าที่ใส่รองเท้าปีนทุกวันอยู่ในมือ (ข้อมูลเท้า + ลูกค้า resole ที่พร้อมจ่าย) และรองเท้าเช่าในยิมคือของที่สึกเร็วที่สุดจนต้อง resole อยู่แล้ว

ถ้าสองโปรเจกต์นี้เป็นเรื่องเดียวกัน โมเดล "ยิมเล็ก + มุม resole + ขายรองเท้า" จะทำให้รายได้ต่อหัวสูงขึ้นและได้สินทรัพย์ที่โครงการรองเท้าต้องการ — ประมาณการ แต่คุ้มที่จะคิดต่อ เพราะไม่มีต้นทุนเพิ่มมากนัก

09สิ่งที่ยังไม่รู้ — และห้ามลงเงินก่อนรู้

รายงานนี้ตอบได้เยอะ แต่มี 6 เรื่องที่ ค้นทางออนไลน์ต่อไปก็ไม่เจอ ต้องไปเอาจากคนจริงเท่านั้น

เรื่องที่ยังไม่รู้ทำไมสำคัญไปเอาจากไหน
ราคาผนังจริงในไทยตอนนี้รู้กรอบแล้ว (จ้างไทย 2.2–5.1 ล้าน · นำเข้าจีน 3.2–5.3 ล้าน) แต่ยังไม่มีใบเสนอราคาจริงสักใบProclimber Thailand (081-819-3353) · โรงงานจีนบน Alibaba/Made-in-China · Walltopia · ถามทุกเจ้าว่า "ลูกค้าที่เปิดยิมแล้วไม่รอด พลาดเรื่องอะไร"
พิกัดศุลกากรของผนังปีนต่างกัน 2 ล้านบาท ระหว่างอากร 0% กับ 20% สำหรับผนังชุดเดียวยื่นขอวินิจฉัยพิกัดล่วงหน้า (Advance Ruling) กับกรมศุลกากร Call Center 1164 — ฟรีและผูกพันทางกฎหมาย
กำไร/ขาดทุนของ Stonegoatรู้แค่รายได้ 19 ล้าน (2022) — รายได้สูงไม่ได้แปลว่ากำไร ถ้ายิม boulder ก็ขาดทุนเหมือนกัน ข้อสรุปทั้งรายงานเปลี่ยนซื้อรายงานงบจาก creden.co (หลักร้อยบาท) — คุ้มที่สุดในทั้งโครงการ
งบการเงิน Rock Domain ปี 2564–2568ตัวเลขที่มีเป็นปี 2020 (โควิด) — ถ้าปีหลังฟื้นแล้วกำไร ข้อสรุปทั้งรายงานเปลี่ยนซื้อรายงานจาก creden.co หรือ DBD DataWarehouse (มีงบครบทุกปีในระบบแล้ว)
บริษัทของยิมอื่น (Stonegoat, Climb Central, Balance)Rock Domain เป็นยิมเชือก — ถ้ายิม boulder กำไรดี จะยืนยันข้อสรุปว่าให้ทำ boulderหาชื่อนิติบุคคลจากท้ายเว็บ/ใบเสร็จ/เพจ แล้วเปิดงบใน DBD
ค่าไฟจริงของยิมติดแอร์เพดานสูงใช้ประมาณ 150 บาท/ตร.ม./เดือน — ถ้าจริงเป็น 250 จุดคุ้มทุนขยับขึ้น ~6 คน/วันขอดูบิลจากเจ้าของยิมต่างจังหวัด (ไม่ใช่คู่แข่งตรง) · อัตรา MEA เชิงพาณิชย์ · ผู้ติดตั้งแอร์อุตสาหกรรม
ประกันรับกีฬาปีนผาไหม + เบี้ยเท่าไหร่เป็นเงื่อนไข go/no-go โดยตรงโบรกเกอร์ประกันวินาศภัย 2–3 เจ้า — ระหว่างคุยจะได้เช็กลิสต์ความปลอดภัยฟรีด้วย
คนเซ็ตเส้นทางในไทยมีกี่คน ค่าตัวเท่าไหร่เป็นคอขวดที่เงินซื้อไม่ได้ทันทีดู IG/Facebook ของยิมแต่ละเจ้า (มักแท็กคนเซ็ต) แล้วทักไปคุยตรง ๆ

ข้อจำกัดของรายงานฉบับนี้ที่ต้องรู้

สรุปสามบรรทัด

1. ตลาดมีจริงและกำลังโต แต่ มาร์จิ้นบางมาก — ยิมที่ดีที่สุดในตลาดขาดจุดคุ้มทุนแค่ 6 คนต่อวัน
2. ทำได้ถ้าทำ bouldering ขนาดเล็ก ค่าเช่าถูก ซึ่งต้องการแค่ 21–30 คน/วัน = ครึ่งหนึ่งของสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้
3. ก่อนลงเงินสักบาท ให้ทำ 3 อย่างที่ใช้เงินหลักพัน: ขอใบเสนอราคาจริง · ขอเบี้ยประกัน · ซื้องบคู่แข่งปีล่าสุด

รายงานนี้สร้างจากการค้นเว็บ 20+ ครั้ง · การประมวลผลด้วย AI worker ~600 ครั้ง · แหล่งข้อมูล 90+ URL
ทุกตัวเลขที่ติดป้าย "ประมาณการ" ต้องยืนยันด้วยของจริงก่อนใช้ตัดสินใจ · 18 สิงหาคม 2026

01 สนามแข่งจริง — ยิมปีนผาในไทย🎯 โฟกัสทำเล — นนทบุรีและปริมณฑล02 งบการเงินจริงทั้งวงการ — 5 ปีย้อนหลัง03 เศรษฐศาสตร์ — ต้องมีกี่คนต่อวัน04 ต้นทุนจริง — CAPEX / OPEX04b จ้างไทย vs นำเข้า — ค่าใช้จ่ายสุดท้ายเท่าไหร่05 เสียงลูกค้าไทยจริง06 ความปลอดภัย มาตรฐาน และกฎหมายไทย07 บทเรียนจากญี่ปุ่นและสิงคโปร์08 คำตัดสิน09 สิ่งที่ยังไม่รู้ — และห้ามลงเงินก่อนรู้