รายงานนี้ต่างจากแผน research ตรงที่ มีคำตอบแล้ว — สร้างจากการค้นจริง 600+ การประมวลผล ครอบคลุมราคาคู่แข่งทุกเจ้าในไทย งบการเงินจริงของยิมที่ใหญ่ที่สุด ต้นทุนก่อสร้างจาก 3 ตลาด เสียงลูกค้าจริงจากรีวิวไทย และมาตรฐานความปลอดภัยสากล
ข้อเท็จจริง มีแหล่งอ้างอิงตรวจสอบได้ · ประมาณการ คำนวณจากข้อเท็จจริง ต้องยืนยัน · สมมติฐาน ยังไม่มีหลักฐาน ห้ามใช้ตัดสินใจ
คำตอบสั้นที่สุด
ยิม bouldering ในไทยทำกำไรได้จริง — มีงบการเงินยืนยันแล้ว Stonegoat ทำกำไร 3 ปีติดกัน (3.64 → 5.78 → 4.86 ล้านบาท) ตอนที่ยังมีสาขาเดียว อัตรากำไรสูงสุด 17.6% ของรายได้
แต่กฎเหล็กของวงการนี้คือ ยิมที่โต = ขาดทุน · ยิมที่กำไร = หยุดโต — ปี 2568 ทุกเจ้าที่กำลังขยายขาดทุนหมด (Stonegoat -8.18 ล้านตอนเปิดสาขา 2) ส่วนเจ้าที่กำไรคือเจ้าที่รายได้นิ่งและหยุดลงทุน — Rock Domain ปล่อยอุปกรณ์เสื่อมจาก 3.67 เหลือ 0.96 ล้านบาท ซึ่งตรงกับที่ลูกค้ารีวิวว่า "ของค่อนข้างเก่า"
ข้อสรุปเชิงกลยุทธ์: ทำ bouldering สาขาเดียว ขนาดเล็ก ค่าเช่าถูก แล้วอย่ารีบขยาย — เงินอยู่ที่ยิมเดียวที่เต็ม ไม่ใช่หลายสาขาที่ยังไม่เต็ม · ห้ามทำยิมผสมเชือก (Rock Domain รายได้นิ่งที่ 8–9.7 ล้านมา 4 ปี ส่วนทุนยังติดลบ)
พบยิมปีนผา 16 แห่ง ที่ยืนยันได้ (กรุงเทพ 9 · เชียงใหม่ 5 · ขอนแก่น 1 · ภูเก็ต 1) ข้อเท็จจริง
| ยิม | ทำเล | ประเภท | ขนาด | Day pass | รายเดือน | รายปี |
|---|---|---|---|---|---|---|
| Stonegoat 2 สาขา | สุขุมวิท 69 (BTS พระโขนง) + The PARQ (ส.ค. 2025) | Bouldering เท่านั้น | 1,097 ตร.ม. 6 ผนัง | 450 (off-peak 300) | 1,600–2,400 แหล่งไม่ตรงกัน | 17,950 |
| Rock Domain | บางนา | ผสม (boulder + เชือก 11–17 ม.) | 1,100–1,500 ตร.ม. 140+ เส้น | 400–450 จ่ายจริง 570–600 | 1,950 + แรกเข้า 300 | 21,500 |
| Urban Playground | สุขุมวิท 49 (ในคลับกีฬา RQ) | ผสม | ~650–700 ตร.ม. ผนัง 12–16 ม. | 475–595 | ผูกกับสมาชิกคลับ | 25,900 |
| Climb Central | บางแค | ผสม + speed wall | 50+ เลน | 450–600 | — | — |
| Balance Climbing | ห้วยขวาง/พระราม 9 (ในห้าง Bell Tower) | Bouldering | 900–1,000 ตร.ม. | 350 (ธรรมดา) 450 (หยุด) | 2,200 | 21,120 |
| F5 Climbing | รามคำแหง/บางกะปิ | Bouldering | — | 150–250 | 1,700–2,000 | — |
| Gravity Lab | บรมราชชนนี | Bouldering ในยิมเวท | เล็ก (ถึง V9) | 250–400 12 ครั้ง 2,500 | — | — |
| Red Rock Canyon | บางนา | เชือก 12 ม. 14 เลน 28 เส้น | — | — | — | — |
| Eagle Eye Gym | กรุงเทพ | — | — | — | — | — |
| ต่างจังหวัด: Main Wall (เชียงใหม่ 683 ตร.ม.) · Progression Vertical · Alpine Outpost · C3 Chiang Mai Climbing Club · No Gravity (เชียงใหม่ — ยิมเชือกแห่งแรกของเชียงใหม่) · CMRCA (350฿/วัน + Lady Night ผู้หญิงฟรี) · Ascentory (ขอนแก่น — เปิดใหม่) · REBEL Rock Climbing (ภูเก็ต 700+ ตร.ม.) | ||||||
กวาดหาทุกทาง (Google · DBD ทะเบียนนิติบุคคล · Trip.com · Facebook · Lemon8 · บทความรวมยิมทั่วไทย 4 ฉบับ) ได้ผลดังนี้:
| สถานที่ | จังหวัด | รูปแบบ | ราคา | เป็นคู่แข่งจริงไหม |
|---|---|---|---|---|
| Climbing Society ท่าทราย เมืองนนทบุรี (ถ.สนามบินน้ำ) | นนทบุรี | ศูนย์กิจกรรมเด็ก — คลาสสอนส่วนตัว 1.5 ชม. มีสอนเต้น + เทควันโดในที่เดียวกัน | 800฿/ครั้ง 5 ครั้ง 3,600฿ | ไม่ใช่ — คนละสินค้า คนละลูกค้า |
| Boulder Planet Future Park รังสิต ชั้น 3 โซน Zpell | ปทุมธานี | boulder แท้ ในห้าง เชนสิงคโปร์ | 250฿ (โปรใหม่/นักศึกษา) | ใช่ — คู่แข่งหลัก |
| หน้าผาจำลอง ม.ธรรมศาสตร์ | ปทุมธานี (ศูนย์รังสิต) | bouldering ในศูนย์กีฬามหาวิทยาลัย | 150฿ ยืมรองเท้าฟรี | บางส่วน — ดึงนักศึกษาไป |
| KU Sport Climbing Club | นครปฐม (กำแพงแสน) | ผนังเชือกในมหาวิทยาลัย | — | ไม่ใช่ |
Climbing Society · ถนนนนทบุรี ใกล้แยกสนามบินน้ำ · โทร 083-555-5727 · เปิด 10:00–19:00 ปิดวันอังคาร · มีที่จอดรถฟรีที่ปั๊มข้างเคียง
| เรื่อง | Climbing Society (นนทบุรี) | ยิมในกรุงเทพทั่วไป |
|---|---|---|
| รูปแบบการขาย | ขายเป็นคลาสสอน 1.5 ชม. แบบส่วนตัว | ขาย day pass / สมาชิกรายเดือน |
| ราคา | 800 บาท/คลาส · 5 คลาส 3,600 บาท (720/ครั้ง) | 250–575 บาท/ครั้ง |
| กลุ่มลูกค้า | เด็ก + ครอบครัว + คนเริ่มต้น (มีหน้าอยู่ในเว็บกิจกรรมเด็ก) | วัยทำงานที่เล่นเป็นกีฬา |
| มีอะไร | top rope · ครูสอน · เช่ารองเท้า/อุปกรณ์ | boulder / เชือก / auto belay |
นี่คือโมเดลที่ 3 ที่ไม่ได้อยู่ในแผนเดิม — "โรงเรียนสอนปีน" ขายราคาต่อครั้งสูงกว่ายิม 2–3 เท่า เพราะขายการสอน ไม่ใช่ขายเวลาใช้ผนัง ใช้พื้นที่น้อยกว่า ลงทุนต่ำกว่า และขายช่วงกลางวันได้ (ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุดของยิมทั่วไป)
ข้อจำกัด: รายได้ผูกกับจำนวนครูสอน ไม่ใช่ขนาดผนัง → โตแบบทวีคูณไม่ได้ · และยังไม่พบข้อมูลว่าเปิดมากี่ปี ขนาดเท่าไหร่ อยู่รอดดีแค่ไหน
ที่สำคัญกว่า: ทั้งจังหวัดนนทบุรี (ประชากร ~1.3 ล้าน) มีที่ปีนแค่แห่งเดียว และเป็นโมเดลคลาสสอน — ยังไม่มียิม bouldering แบบ day pass เลย ต่างจากกรุงเทพที่มี 9 แห่ง นี่คือช่องว่างที่ควรไปดูพื้นที่จริง
ดึงจาก DBD DataWarehouse (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) โดยตรง — งบจริงที่บริษัทยื่นต่อกรม ปีงบล่าสุด 2568 ข้อเท็จจริง
| ยิม | โมเดล / ทำเล | อายุ | รายได้ | กำไร(ขาดทุน) | อัตรากำไร |
|---|---|---|---|---|---|
| Stonegoat | boulder ล้วน · สุขุมวิท 69 + The PARQ | 5 ปี | 41.62 | -8.18 | -19.7% |
| CMRCA | ปีนผา+ทัวร์ · เชียงใหม่ | 23 ปี | 36.64 | -2.17 | -5.9% |
| Balance Climbing | boulder · พระราม 9 (ในตึก Bell) | 3 ปี | 27.49 | -1.38 | -5.0% |
| Boulder Planet | boulder · ในห้าง Future Park รังสิต (เชนสิงคโปร์) | 3 ปี | 11.75 | -5.20 | -44.3% |
| Climb Central | ผสม · ในโลตัสบางแค (เชนสิงคโปร์) | 9 ปี | 9.22 | +0.16 | +1.7% |
| Rock Domain | ผสมเชือก · บางนา | 13 ปี | 8.78 | +0.40 | +4.5% |
| Climbing Factory | กทม. | 23 ปี | 3.43 | +0.10 | +2.9% |
กฎที่ตัวเลขบอก: ยิมที่โต = ขาดทุน · ยิมที่กำไร = หยุดโต
ไม่มียิมไหนในไทยที่ ทั้งโตและทำกำไรพร้อมกัน — สามเจ้าที่กำไรคือเจ้าที่รายได้นิ่งมาหลายปี และกำไรบางแค่ 1.7–4.5% ของรายได้ (หลักแสนบาทต่อปี)
รวมรายได้ทั้ง 7 บริษัท ≈ 139 ล้านบาท/ปี — นี่คือขนาดตลาดยิมปีนผาไทยทั้งประเทศเท่าที่จดทะเบียนนิติบุคคล (ยังมีเจ้าที่ไม่ส่งงบ/จดบุคคลธรรมดาอีก)
| ล้านบาท | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 3.73 | 18.96 | 32.84 | 42.32 | 41.62 |
| กำไร(ขาดทุน) | -3.93 | +3.64 | +5.78 | +4.86 | -8.18 |
| สินทรัพย์ | 18.53 | 20.80 | 27.95 | 44.57 | 85.33 |
| หนี้สิน | 17.80 | 16.44 | 17.81 | 29.57 | 76.51 |
| ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ | 16.47 | 16.27 | 18.39 | 19.25 | 51.30 |
อ่านเรื่องราว: ปีแรกขาดทุน 3.93 ล้าน (ปกติของยิมใหม่) → กำไร 3 ปีติดกัน สูงสุด 5.78 ล้าน (2566 = อัตรากำไร 17.6%) → ปี 2568 ทุ่มลงทุนสาขา 2 ที่ The PARQ: อุปกรณ์เพิ่ม 19→51 ล้าน กู้เพิ่ม 30→77 ล้าน เงินสดเหลือ 1.45 ล้าน สภาพคล่อง 0.34 → ขาดทุน 8.18 ล้าน
นี่คือหลักฐานที่สำคัญที่สุดในรายงาน: ยิม bouldering สาขาเดียวในกรุงเทพ ทำกำไรปีละ 3.6–5.8 ล้านบาทได้จริง
การขาดทุนปี 2568 ไม่ใช่เพราะโมเดลพัง แต่เพราะเลือกขยาย — ซึ่งเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่ชะตากรรม
| ล้านบาท | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 0.00 | 5.32 | 14.50 | 27.49 |
| กำไร(ขาดทุน) | -0.05 | -0.71 | -1.44 | -1.38 |
| ขาดทุนคิดเป็น % ของรายได้ | — | -13.3% | -9.9% | -5.0% |
| ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ | 2.26 | 12.08 | 25.11 | 41.37 |
รายได้โต 5 เท่าใน 2 ปี และขาดทุนแคบลงทุกปี (-13% → -10% → -5%) = กำลังเดินเข้าหาจุดคุ้มทุนอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันก็ลงทุนอุปกรณ์ต่อเนื่อง 2 → 41 ล้าน
นี่คือคู่แข่งที่ควรเฝ้าดูที่สุด ไม่ใช่ Rock Domain — เพราะเป็นเจ้าที่กำลังพิสูจน์ว่าโมเดล boulder ในทำเลห้าง/อาคารสำนักงาน โตได้เร็วแค่ไหน
| ล้านบาท | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 4.57 | 8.32 | 8.08 | 9.66 | 8.78 |
| กำไร(ขาดทุน) | -2.36 | -0.90 | -1.71 | +0.17 | +0.40 |
| ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ | 3.67 | 2.48 | 1.43 | 1.15 | 0.96 |
| หนี้สิน | 10.64 | 10.74 | 10.97 | 10.62 | 10.51 |
ตัวเลขที่ต้องดูคือแถวที่สาม — มูลค่าอุปกรณ์ลดลงจาก 3.67 เหลือ 0.96 ล้านบาท ใน 5 ปี แปลว่าแทบไม่ได้ลงทุนใหม่เลย ปล่อยให้ของเก่าเสื่อมไปเรื่อย ๆ พอค่าเสื่อมหมด กำไรทางบัญชีก็โผล่มา
และตัวเลขนี้ตรงกับรีวิวลูกค้าเป๊ะ ๆ — ผู้รีวิว Wongnai เขียนว่า "ของค่อนข้างเก่า" ซึ่งงบการเงินยืนยันว่าจริง นี่คือกำไรที่มาจากการหยุดลงทุน ไม่ใช่จากการทำธุรกิจดีขึ้น (รายได้นิ่งที่ 8–9.7 ล้านมา 4 ปี)
หนี้สิน 10.5 ล้าน > สินทรัพย์ 3.22 ล้าน → ส่วนของผู้ถือหุ้นยังติดลบราว 7.3 ล้าน ตรงกับ "มูลค่าบริษัท -7.28 ล้าน" ที่เห็นตอนแรก
แปลว่าคู่แข่งที่ทุนหนาที่สุดไม่ใช่คนไทย และกำลังใช้กลยุทธ์เข้าห้างสรรพสินค้าเพื่อชิงลูกค้ามือใหม่ด้วยราคาต่ำ (250 บาท เทียบ 450 บาทของยิมโกดัง)
งบทั้งหมดนี้ดึงด้วย node dbd.js profile <เลขนิติบุคคล> จากเครื่องมือที่แกะ API ของ DBD DataWarehouse ไว้แล้วที่ C:\เพื่อนหาร\งานสำคัญ\dbd-research\ — ฟรี ไม่ต้องล็อกอิน ได้งบ 5 ปีย้อนหลังของทุกบริษัทไทย
สคริปต์ที่เขียนไว้สำหรับงานนี้: _work/dbd_scan.py (กวาดหาบริษัทยิมปีนผาทั้งวงการ) · _work/dbd_report.py (สร้างตารางเทียบ 5 ปี) — รันซ้ำได้ทุกปีเมื่องบใหม่ออก
เจ้าของ Rock Domain Climbing Gym — ยิมปีนผาเต็มรูปแบบแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ · เลขนิติบุคคล 0105555130880 · แหล่ง: creden.co + companieshouse.co.th
| รายการ | ค่า | อ่านว่าอะไร |
|---|---|---|
| จดทะเบียน | 5 ก.ย. 2555 (เปิดมา 13 ปี) | ไม่ใช่ธุรกิจใหม่ที่ยังไม่ลงตัว |
| ทุนจดทะเบียน | 1,000,000 บาท | ทุนน้อยมากเทียบกับ CAPEX ที่ต้องใช้ → แปลว่าใช้เงินกู้/เงินเจ้าของ |
| รายได้รวม (2020) | 7,480,522 บาท | = 623,377 บาท/เดือน |
| ขาดทุนสุทธิ (2020) | -566,042 บาท | = ขาดทุนเดือนละ 47,170 บาท |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (2020) | -2,881,328 บาท | ติดลบ = ขาดทุนสะสมกินทุนหมดแล้ว |
| มูลค่าบริษัทปัจจุบัน | -7,283,264 บาท | ขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นจากปี 2020 อีกเท่าตัว |
สิ่งที่ตัวเลขนี้บอก: ยิมที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุด มีชื่อเสียงที่สุด (รีวิวดี 4.8) และมีทั้ง boulder + เชือกครบ — ยังทำกำไรไม่ได้หลัง 13 ปี
⚠️ ข้อจำกัด: ตัวเลข 2020 เป็นปีโควิด ซึ่งกดรายได้ทุกธุรกิจ · แต่ "ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ" และ "มูลค่าบริษัทติดลบเพิ่มขึ้น" เป็นภาพสะสมที่ไม่ได้เกิดในปีเดียว · ต้องซื้องบปี 2564–2568 มาดู (มีอยู่ในระบบแล้ว) ก่อนสรุปขั้นสุดท้าย
บริษัท สโตนโกทกรุ๊ป จำกัด · เลขนิติบุคคล 0105563132110 · แหล่ง: dataforthai + creden + Tracxn
| รายการ | Rock Domain ผสมเชือก | Stonegoat bouldering อย่างเดียว | อ่านว่าอะไร |
|---|---|---|---|
| จดทะเบียน | 5 ก.ย. 2555 (13 ปี) | 9 ก.ย. 2563 (5 ปี) | Stonegoat ใหม่กว่า 8 ปี |
| ทุนจดทะเบียน | 1,000,000 บาท | 7,000,000 บาท | ทุนหนากว่า 7 เท่า → ไม่ต้องพึ่งเงินกู้มาก |
| รายได้ | 7,480,522 (ปี 2020) | ≈ 19,000,000 (ปี 2022) | มากกว่า ~2.5 เท่า |
| ผู้ถือหุ้น | ไทย 3 ราย 100% | ไทย 3 ราย 95.7% + มาเลเซีย 1 ราย 4.3% | Stonegoat มีทุน/ความรู้จากต่างประเทศร่วม |
| สาขา | 1 (บางนา) | 2 (สุขุมวิท 69 + The PARQ ส.ค. 2025) | ขยายได้ = โมเดลทำซ้ำได้ |
| ประเภทธุรกิจจดทะเบียน | TSIC 93199 กิจกรรมกีฬาอื่น ๆ | TSIC 93112 สถานที่ออกกำลังกาย | — |
| กำไร/ขาดทุน | -566,042 (2020) มูลค่าบริษัท -7.28 ล้าน | ไม่เปิดเผย (ต้องล็อกอิน) | ช่องว่างที่ยังปิดไม่ได้ |
สิ่งที่เทียบนี้บอก: ยิม bouldering อย่างเดียว ที่เปิดทีหลัง 8 ปี ทำรายได้มากกว่ายิมผสมเชือกที่ใหญ่ที่สุดถึง 2.5 เท่า และขยายสาขาที่ 2 ได้ ขณะที่ยิมเชือกยังขาดทุนสะสม
⚠️ ข้อจำกัดที่ต้องบอกให้ชัด: ปีที่เทียบไม่ตรงกัน (2020 = ปีโควิดเต็ม ๆ ของ Rock Domain · 2022 = ปีที่เริ่มฟื้นของ Stonegoat) และ ยังไม่รู้กำไรของ Stonegoat — รายได้สูงไม่ได้แปลว่ากำไร ยิมที่โตเร็วอาจเผาเงินอยู่ก็ได้ · ตัวเลข 19 ล้านมาจาก Tracxn ซึ่งอ้างงบ DBD ต้องยืนยันด้วยงบตัวจริง
ลองดึงจาก 4 ฐานข้อมูล (dataforthai · creden · companieshouse · Tracxn) × หลายเจ้า ผลคือ:
ทางออก: ซื้อรายงานจาก creden (หลักร้อยบาทต่อบริษัท) หรือขอที่ DBD DataWarehouse — เป็นค่าใช้จ่ายที่คุ้มที่สุดในทั้งโครงการ เพราะจะได้กำไร/ขาดทุนจริงของทั้งวงการ
จากงบ เราถอดสมการของยิมขนาดนี้ออกมาได้ทั้งชุด ประมาณการจากข้อเท็จจริง
| สิ่งที่ถอดได้ | วิธีคิด | ผล |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายจริงทั้งหมด | รายได้ 623,377 + ขาดทุน 47,170 | ≈ 670,547 บาท/เดือน |
| จำนวนคนที่มาใช้บริการจริง | 7,480,522 ÷ 325 บาท/ครั้ง ÷ 365 | ≈ 63 คน/วัน |
| จำนวนคนที่ต้องมีถึงจะเสมอตัว | 670,547 ÷ 325 ÷ 30 | ≈ 69 คน/วัน |
| ส่วนที่ขาด | 69 − 63 | ขาดอีก 6 คน/วัน |
ยิมนี้ ไม่ได้ห่างจากจุดคุ้มทุนไกลเลย — ขาดแค่ ~6 คนต่อวัน หรือขึ้นราคาอีก ~8% ก็เสมอตัวได้ นี่เปลี่ยนการตีความจาก "ธุรกิจนี้ไม่รอด" เป็น "ธุรกิจนี้มาร์จิ้นบางมาก ผิดนิดเดียวก็ขาดทุน"
คำนวณด้วย Python (ไม่ใช้ AI คำนวณ) แล้วให้ AI 8 มุมมองโจมตีสมมติฐาน จากนั้นแก้ตามข้อที่ตรวจแล้วว่าถูก — รอบแรกลืมค่าเสื่อมราคา ค่าการตลาด และค่าบำรุงรักษา ทำให้จุดคุ้มทุนต่ำเกินจริง
| สถานการณ์ | พื้นที่ / ผนัง | CAPEX (ช่วง) | ค่าใช้จ่ายคงที่ ต่อเดือน | ค่าเสื่อม ต่อเดือน | คุ้มทุนเงินสด | คุ้มทุนจริง (รวมค่าเสื่อม) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| A · ยิมเล็ก พิสูจน์ตลาด | 400 / 320 ตร.ม. | 5.3–12.2 ล้าน กลาง 8.3 ล้าน | 178,000 | 80,000 | 21 คน/วัน | 30 คน/วัน |
| B · ยิมกลาง เทียบ Stonegoat/Rock Domain | 1,100 / 900 ตร.ม. | 13.7–33.0 ล้าน กลาง 22.0 ล้าน | 432,000 | 211,667 | 51 คน/วัน | 76 คน/วัน |
| C · ยิมใหญ่ ครบวงจร | 1,800 / 1,400 ตร.ม. | 20.7–51.4 ล้าน กลาง 34.0 ล้าน | 615,800 | 330,000 | 73 คน/วัน | 112 คน/วัน |
โมเดล bottom-up (คำนวณจากค่าเช่า ค่าแรง ค่าไฟ ทีละรายการ) บอกว่ายิม 1,100 ตร.ม. ต้องการ 76 คน/วัน
งบการเงินจริง top-down (ถอดจากรายได้และขาดทุนของ Rock Domain) บอกว่าต้องการ 69 คน/วัน
ต่างกันเพียง 10% — ทั้งที่คำนวณคนละทางโดยไม่พึ่งกันเลย นี่คือการ triangulate ที่ทำให้เชื่อตัวเลขชุดนี้ได้
โมเดลรอบแรกคำนวณว่า "ต้องเต็มแค่ 10% ของความจุก็เสมอตัว" ซึ่งดูง่ายเกินไป — ข้อวิจารณ์ที่ถูกต้องคือ ยิมขายของได้เฉพาะชั่วโมงพีค (เย็นวันธรรมดา + เสาร์อาทิตย์) ไม่ใช่ทั้งวัน
เมื่อคิดความจุจากพีคจริง (~2.5 รอบขายได้ต่อวัน) ตัวเลขเปลี่ยนเป็น ต้องเต็ม 27–46% ของความจุที่ขายได้จริง ซึ่งเป็นเป้าที่ท้าทายแต่ทำได้ — และอธิบายได้ว่าทำไมยิมที่ "ดูคนเยอะตอนเย็น" ถึงยังขาดทุน
ใช้ 325 บาท (ปรับลงจาก 372 ตามหลักฐานจริง) — ต่างแค่ 47 บาท ทำให้จุดคุ้มทุนขยับ 15% ตัวนี้ขึ้นกับสัดส่วนสมาชิกและความถี่ที่สมาชิกมา
91–214 บาท/ตร.ม. ต่างกัน 2.3 เท่า — ยิมกลางที่รามอินทรา (214) จ่ายค่าเช่าแพงกว่าที่คลองสามวา (91) เดือนละ 135,000 บาท = ต้องหาคนเพิ่ม 14 คน/วันเพื่อชดเชย
80,000–330,000 บาท/เดือน — นี่คือตัวที่ทำให้ "กำไรเงินสด" กับ "กำไรจริง" ต่างกันมาก ยิมที่ดูมีเงินหมุนอาจกำลังกินทุนตัวเองอยู่
| หมวด | สหรัฐฯ | ญี่ปุ่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผนังปีน | $65–85/ตร.ฟุต ของพื้นผิวปีน (2026) $25–40/ตร.ฟุต (2015) | โกดัง 60 ตร.วา (~198 ตร.ม.) 15 ล้านเยน ≈ 3.3 ล้านบาท ทั้งโครงการ แบบเต็มรูป/กันเสียง+แอร์หนา 30 ล้านเยน+ ≈ 6.6 ล้านบาท | ตัวเลข 2015 กับ 2026 ต่างกัน 2 เท่า — ใช้ตัวใหม่ |
| เบาะ | $28–42/ตร.ฟุต ของพื้นที่ตก หรือ $15,000–120,000/โครงการ | ห้ามประหยัดหมวดนี้ | |
| โฮลด์ | $4–7/ตร.ฟุต ของพื้นผิวปีน หรือ $5,000–80,000/โครงการ | โฮลด์จีน $1–3/ชิ้น (ยุโรปแพงกว่ามาก) | |
| ปรับปรุงอาคาร | $80–160/ตร.ฟุต (รวม HVAC ไฟฟ้า ห้องน้ำ ระบบดับเพลิง) | เงินประกัน 10 เดือน + คีย์มันนี่ 2 เดือน | ไทยได้เปรียบ — มัดจำแค่ 3 เดือน |
| ออกแบบ+ขออนุญาต | $75,000–250,000 | — | ไทยถูกกว่ามาก |
| ค่าเช่าก่อนเปิด | ต้องแบก 6–10 เดือน | — | ข้อที่คนลืมนับบ่อยที่สุด |
| เงินสำรอง | 10% ของงบ (ทุกแหล่งตรงกัน) | ต้องมีเงินหมุนช่วงขาดทุนหลังเปิด | หลายแหล่งยืนยันตรงกัน |
| ยิม boutique bouldering สหรัฐฯ 8,000–12,000 ตร.ฟุต = $1.4–2.8M ทั้งโครงการ (≈ 48–96 ล้านบาท) — แพงกว่าไทย 4–6 เท่า เพราะค่าแรงและค่าอาคาร | |||
ตัวเลขที่ใช้ในโมเดล ปรับจากสหรัฐฯ/ญี่ปุ่นด้วยค่าแรงไทย:
ตัวสอบทาน: ญี่ปุ่นทำยิม 198 ตร.ม. ได้ที่ 3.3 ล้านบาท = 16,700 บาท/ตร.ม.พื้นที่ · โมเดลไทยของเราได้ 8.3 ล้าน ÷ 400 = 20,700 บาท/ตร.ม. — อยู่ในระนาบเดียวกัน (ไทยควรถูกกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ จึงเป็นการประมาณแบบระมัดระวัง)
⚠️ ช่วง low–high ต่างกันถึง 2.3 เท่า (5.3 ถึง 12.2 ล้านสำหรับยิมเล็ก) — ความไม่แน่นอนนี้ใหญ่เกินกว่าจะตัดสินใจได้ ต้องขอใบเสนอราคาจริงก่อน
Proclimber Thailand (กรุงเทพ) — ผู้รับเหมาผนังปีนในไทยที่พบ · ควรเป็นเจ้าแรกที่ขอใบเสนอราคา เพราะไม่มีค่าขนส่ง/ภาษีนำเข้า/ค่าวีซ่าผู้คุมงาน
Wonderwall (มาเลเซีย) คิด MYR 250–350/ตร.ฟุต · โรงงานจีนบน Alibaba/Made-in-China มีทั้งผนัง เบาะ โฮลด์ · ต้องเช็กว่าผลิตตาม EN 12572 ไหม
Walltopia (บัลแกเรีย) วัสดุเริ่ม $178/ตร.ม. ไม่รวมขนส่ง/ติดตั้ง/ค่าวีซ่าผู้คุมงาน · Eldorado, Vertical Solutions, Entre-Prises · แพงแต่มีเอกสารมาตรฐานครบ
คำนวณ landed cost จริงทีละขั้น: FOB → ค่าเรือ → CIF → อากร → VAT → พิธีการ → ขนส่งในประเทศ → ค่าติดตั้ง (ตัวอย่างผนัง 320 ตร.ม. สำหรับยิมเล็ก · อัตรา 34.5 บาท/USD)
| ทางเลือก | ค่าใช้จ่ายสุดท้าย | บาท/ตร.ม. | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| จ้างไทย — ถูก | 2,240,000 | 7,000 | ถ้าใบเสนอราคาจริงออกมาระดับนี้ = ชนะขาด |
| นำเข้าจีน — กรณีดีสุด | 3,247,596 | 10,149 | ต้องได้อากร 0% + ค่าเรือถูก + หาช่างติดตั้งเองได้ |
| จ้างไทย — กลาง | 3,520,000 | 11,000 | ระดับที่คาดว่าจะเจอ |
| นำเข้าจีน — กรณีกลาง | 4,155,135 | 12,985 | สมมติฐานที่ควรใช้วางแผนถ้าจะนำเข้า |
| Walltopia / ยุโรป | 4,416,027 | 13,800 | แพงสุดในกลุ่มปกติ แต่ได้เอกสารมาตรฐานครบ |
| จ้างไทย — แพง | 5,120,000 | 16,000 | ยังถูกกว่านำเข้าจีนกรณีแย่สุด |
| นำเข้าจีน — กรณีแย่สุด | 5,290,155 | 16,532 | โดนพิกัด 20% + ค่าเรือแพง + ติดตั้งแพง |
ทำไมนำเข้าถึงไม่ถูกอย่างที่คิด: ราคา FOB จีน $200–250/ตร.ม. = 6,900–8,625 บาท/ตร.ม. ตั้งแต่ยังไม่ออกจากท่า ซึ่งใกล้เคียงราคาผู้รับเหมาไทยอยู่แล้ว พอบวกอากร + VAT 7% + พิธีการ + ขนส่ง + ค่าติดตั้งที่ต้องหาช่างเอง (ผู้ขายจีนส่วนใหญ่ขายแต่ของ) ก็แซงหน้าไทยไป
| ขั้น | รายการ | จำนวน |
|---|---|---|
| 1 | FOB สินค้า ($225/ตร.ม. × 320) | 2,484,000 |
| 2 | + ค่าเรือ ($1,400 ตู้ 40HC) | 48,300 |
| 3 | + ประกันภัย 0.5% | 12,420 |
| 4 | = CIF (ฐานคำนวณภาษี) | 2,544,720 |
| 5 | + อากรขาเข้า 10% | 254,472 |
| 6 | + VAT 7% ของ (CIF + อากร) | 195,943 |
| 7 | + พิธีการ + ชิปปิ้ง | 15,000 |
| 8 | + ขนส่งแหลมฉบัง → ไซต์ | 25,000 |
| 9 | + ค่าติดตั้งในไทย (3,500/ตร.ม.) | 1,120,000 |
| ค่าใช้จ่ายสุดท้าย | 4,155,135 บาท = 12,985 ฿/ตร.ม. |
สูตรที่ใช้: อากร = CIF × อัตราพิกัด · VAT = (CIF + อากร) × 7% — เป็นสูตรกรมศุลกากรไทย
ผนังปีนจะถูกจัดพิกัดเป็นอะไร ยังไม่มีคำตอบ:
ส่วนต่างระหว่างสองกรณีนี้คือ 2,042,559 บาท สำหรับผนังชุดเดียว — มากกว่าครึ่งของราคาผนังเอง
สิ่งที่ต้องทำก่อนสั่ง: ยื่นขอ วินิจฉัยพิกัดล่วงหน้า (Advance Ruling) กับกรมศุลกากร (Call Center 1164) พร้อมสเปกสินค้า — ฟรีและผูกพันทางกฎหมาย ทำก่อนโอนเงินมัดจำเสมอ
ปริมาตรของจริง (ยิมเล็ก 400 ตร.ม.)
เบาะกิน 82% ของปริมาตรทั้งหมด แต่มูลค่าต่อ CBM ต่ำที่สุด เพราะเป็นฟองน้ำ
ตัวเลขที่ตัดสิน
สรุป: สั่งทำเบาะในไทย — ฟองน้ำและผ้าใบหาได้ในประเทศ มีผู้ผลิตเบาะยิม/ฟูกอยู่แล้ว แต่ต้องบังคับสเปกตาม EN 12503 และขอผลทดสอบการดูดซับแรงกระแทกเป็นเอกสาร ห้ามรับปากด้วยวาจา
ทุกตัวเลขในบทนี้เป็น ประมาณการ จากราคาตลาดที่ค้นได้ ยังไม่มีใบเสนอราคาจริง — ใช้เป็นกรอบต่อรอง ไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย · คำนวณด้วย _work/model3_wall.py ปรับตัวเลขแล้วรันซ้ำได้
สกัดจากรีวิว Wongnai, กระทู้ Pantip, โพสต์ Lemon8 และบล็อกรีวิวจริง ข้อเท็จจริง — คำพูดดิบ
→ แปลว่า "ความปลอดภัย + คนสอน" คือสิ่งที่ลูกค้าไทยรับรู้เป็นคุณค่าหลัก ไม่ใช่จำนวนเส้นทางหรือความยากของผนัง
รีวิวจริงของ Rock Domain สามคนบอกตรงกัน:
| ผู้รีวิว | คำพูดจริง | จ่ายจริง |
|---|---|---|
| A.Aun | "ค่าเข้า 400฿, รองเท้า 100฿, ตะขอ Safe 20฿, เชือกคล้องขา 50฿" | 570฿ |
| Patziilla | "ราคาเล่นจะไม่รวมอุปกรณ์ เบ็ดเสร็จแล้วจะตกอยู่ที่คนละประมาณ 600 บาท" | 600฿ |
| EAT WITH JOM | "เพียงแค่นำเงินมา 500 นิดๆ" | 500฿+ |
ป้ายบอก 400 แต่จ่ายจริง 500–600 = แพงกว่าป้าย 25–50% → นี่คือช่องว่างที่ยิมใหม่ใช้ได้ทันที: ตั้งราคาเดียวจบรวมอุปกรณ์ ลูกค้าจะรู้สึกว่าโปร่งใสและถูกกว่า ทั้งที่รายได้ต่อหัวเท่ากัน
สิ่งที่ตัวเลขนี้บอก: อุปสรรคของตลาดไทยไม่ใช่ "คนไม่สนใจ" แต่คือ คนสนใจแล้วแต่ไม่รู้ว่าเริ่มยังไง / ไม่รู้ว่าตัวเองเล่นได้ไหม / กลัวว่าจะแพง — ทั้งสามข้อแก้ได้ด้วยการสื่อสาร ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม
→ ใช้เป็นเงื่อนไขในสัญญาผู้รับเหมา และขอเอกสารรับรองก่อนจ่ายงวดสุดท้าย — เอกสารชุดนี้จะถูกใช้ทั้งตอนทำประกันและตอนเกิดเหตุ
ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ประกัน ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (Public Liability) มีขายในไทยแน่นอน (วิริยะประกันภัย และโบรกเกอร์อีกหลายเจ้า) คุ้มครองการบาดเจ็บ/เสียชีวิตของบุคคลภายนอกในสถานที่เอาประกัน รวมค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย วงเงินที่พบระบุถึง 5 ล้านบาท
แต่ยังไม่ยืนยัน 3 เรื่องที่สำคัญที่สุด:
ข้อนี้เป็นเงื่อนไข go/no-go — ถ้าไม่มีบริษัทไหนรับประกัน หรือเบี้ยแพงจนโมเดลพัง ก็ไม่ควรทำ
→ ยิมเล็กในโกดังคือโมเดลมาตรฐานของญี่ปุ่น ไม่ใช่ทางเลือกด้อยกว่า
เทียบสามตลาด (รายเดือน): ไทย ~2,000฿ · ญี่ปุ่น ~1,760฿ · สิงคโปร์ ~3,200–4,000฿
→ ราคาไทยไม่ได้ถูก — แพงกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ ทั้งที่รายได้ต่อหัวต่ำกว่ามาก นี่จำกัดขนาดตลาดที่จ่ายไหวจริง และอธิบายว่าทำไมยิมไทยถึงมีลูกค้าน้อยกว่าที่ควร
คำตัดสินเดิม ("ทำ boulder เล็ก ไม่เอาเชือก") ยังถูก และตอนนี้มีหลักฐานหนุนหนักกว่าเดิมมาก — เพราะรู้แล้วว่ายิม boulder สาขาเดียวทำกำไรปีละ 3.6–5.8 ล้านบาทได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
แต่มีข้อเพิ่มที่สำคัญมาก: ตัวเลข 5 ปีของทั้งวงการชี้ว่า การขยายสาขาคือสิ่งที่ฆ่ากำไร — Stonegoat กำไร 3 ปีติดแล้วขาดทุน 8.18 ล้านทันทีที่เปิดสาขา 2 · Balance Climbing ลงทุนอุปกรณ์ 41 ล้านและยังขาดทุนปีที่ 3 · Boulder Planet ขาดทุน 5.2 ล้านจากรายได้ 11.75 ล้าน
เงื่อนไขข้อที่ 8 ที่ต้องเพิ่ม: ห้ามเปิดสาขา 2 จนกว่าสาขาแรกจะทำกำไรครบ 2 ปีติด และมีเงินสดสำรอง 12 เดือน
ให้ AI ตอบคำถามเดียวกันจาก 3 จุดยืนที่ตั้งใจให้ขัดแย้งกัน — คนที่ถูกสั่งให้เชียร์ / คนที่ถูกสั่งให้ค้าน / คนที่ดูแต่ตัวเลข โดยให้ข้อเท็จจริงชุดเดียวกัน แล้วดูว่าทั้งสามเห็นตรงกันตรงไหน
ผลคือทั้งสามมุมมองบรรจบกันหมด — แม้แต่ฝั่งที่ถูกสั่งให้หาเหตุผลสนับสนุน ก็ยังสรุปว่า "no-go จนกว่าจะผ่านเงื่อนไข" และทั้งสามเลือกโมเดลเดียวกันโดยไม่ได้นัดกัน
Bouldering อย่างเดียว ขนาดเล็ก ~400 ตร.ม.
ในโกดังค่าเช่าถูก (91–96 บาท/ตร.ม.)
ยิมผสมเชือกขนาดกลาง-ใหญ่
| # | เงื่อนไข | เกณฑ์ที่วัดได้ | ถ้าไม่ผ่าน |
|---|---|---|---|
| 1 | ใบเสนอราคาผนัง+เบาะ+ติดตั้ง ของจริง จาก ≥3 เจ้า (ไทย/ภูมิภาค/สากล) | รวมไม่เกิน 12.2 ล้าน สำหรับยิม 400 ตร.ม. (เป้า 8.3 ล้าน) | ไม่ทำ — ความไม่แน่นอน 2.3 เท่าใหญ่เกินรับ |
| 2 | สัญญาเช่า อาคารเพดานสูงพอ (ต้องวัดใต้คาน ไม่ใช่ใต้หลังคา) | ≤ 130 บาท/ตร.ม./เดือน · สัญญา ≥6 ปี · มีสิทธิต่ออายุ + เพดานขึ้นราคา · ปลอดค่าเช่าช่วงก่อสร้าง ≥3 เดือน · เจ้าของยอมให้ยึดโครงสร้าง | ไม่ทำ — ค่าเช่าคือตัวแปรอันดับหนึ่ง |
| 3 | ประกัน Public Liability ที่คุ้มครองการปีนผาจริง | มีใบเสนอราคา ≥2 บริษัท พร้อมข้อความที่ระบุว่ารับกิจกรรมปีนผา และเบี้ยไม่เกิน ~15,000 บาท/เดือน | ไม่ทำ — ความเสี่ยงคดีสูงเกินรับ |
| 4 | หลักฐานความต้องการจริง ก่อนสร้าง | ขายสมาชิกล่วงหน้า (คืนเงินได้) ได้ ≥120 คน หรือมีคนจ่ายเงินจริงในอีเวนต์ทดลอง ≥300 คน | เลื่อน — ยังไม่พิสูจน์ว่ามีตลาดในทำเลนั้น |
| 5 | คนเซ็ตเส้นทาง | มีคนรับปากเป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีแผนฝึกคนของตัวเองที่เริ่มไปแล้ว | เลื่อน — ไม่มีเซ็ตเตอร์ = สินค้าไม่มีของใหม่ = สมาชิกหายใน 3 เดือน |
| 6 | เงินสำรองหลังเปิด | เหลือเงินสด ≥ 6 เดือน ของค่าใช้จ่ายคงที่ (≈1.1 ล้านสำหรับยิมเล็ก) หลังจ่าย CAPEX แล้ว | ไม่ทำ — ทุกแหล่งเตือนตรงกันเรื่องนี้ |
| 7 | งบการเงินคู่แข่งปีล่าสุด | ซื้องบ Rock Domain ปี 2564–2568 มาดู (มีในระบบแล้ว) — ถ้ายังขาดทุนต่อเนื่องหลังโควิด ต้องทบทวนทั้งแผน | ทบทวนแผน |
งานวิจัยแบรนด์รองเท้าปีนผาสรุปว่า ด่านจริงคือ "ฝีมือทำรองเท้า ไม่ใช่ทุน" และเส้นทางที่แนะนำคือ เปิดบริการ resole ในไทยก่อน เพื่อให้ได้ฝีมือ + ข้อมูลเท้าลูกค้า + กระแสเงินสด
ยิม bouldering คือแพลตฟอร์มที่ให้ครบทั้งสามอย่างพอดี — มีลูกค้าที่ใส่รองเท้าปีนทุกวันอยู่ในมือ (ข้อมูลเท้า + ลูกค้า resole ที่พร้อมจ่าย) และรองเท้าเช่าในยิมคือของที่สึกเร็วที่สุดจนต้อง resole อยู่แล้ว
ถ้าสองโปรเจกต์นี้เป็นเรื่องเดียวกัน โมเดล "ยิมเล็ก + มุม resole + ขายรองเท้า" จะทำให้รายได้ต่อหัวสูงขึ้นและได้สินทรัพย์ที่โครงการรองเท้าต้องการ — ประมาณการ แต่คุ้มที่จะคิดต่อ เพราะไม่มีต้นทุนเพิ่มมากนัก
รายงานนี้ตอบได้เยอะ แต่มี 6 เรื่องที่ ค้นทางออนไลน์ต่อไปก็ไม่เจอ ต้องไปเอาจากคนจริงเท่านั้น
| เรื่องที่ยังไม่รู้ | ทำไมสำคัญ | ไปเอาจากไหน |
|---|---|---|
| ราคาผนังจริงในไทย | ตอนนี้รู้กรอบแล้ว (จ้างไทย 2.2–5.1 ล้าน · นำเข้าจีน 3.2–5.3 ล้าน) แต่ยังไม่มีใบเสนอราคาจริงสักใบ | Proclimber Thailand (081-819-3353) · โรงงานจีนบน Alibaba/Made-in-China · Walltopia · ถามทุกเจ้าว่า "ลูกค้าที่เปิดยิมแล้วไม่รอด พลาดเรื่องอะไร" |
| พิกัดศุลกากรของผนังปีน | ต่างกัน 2 ล้านบาท ระหว่างอากร 0% กับ 20% สำหรับผนังชุดเดียว | ยื่นขอวินิจฉัยพิกัดล่วงหน้า (Advance Ruling) กับกรมศุลกากร Call Center 1164 — ฟรีและผูกพันทางกฎหมาย |
| กำไร/ขาดทุนของ Stonegoat | รู้แค่รายได้ 19 ล้าน (2022) — รายได้สูงไม่ได้แปลว่ากำไร ถ้ายิม boulder ก็ขาดทุนเหมือนกัน ข้อสรุปทั้งรายงานเปลี่ยน | ซื้อรายงานงบจาก creden.co (หลักร้อยบาท) — คุ้มที่สุดในทั้งโครงการ |
| งบการเงิน Rock Domain ปี 2564–2568 | ตัวเลขที่มีเป็นปี 2020 (โควิด) — ถ้าปีหลังฟื้นแล้วกำไร ข้อสรุปทั้งรายงานเปลี่ยน | ซื้อรายงานจาก creden.co หรือ DBD DataWarehouse (มีงบครบทุกปีในระบบแล้ว) |
| บริษัทของยิมอื่น (Stonegoat, Climb Central, Balance) | Rock Domain เป็นยิมเชือก — ถ้ายิม boulder กำไรดี จะยืนยันข้อสรุปว่าให้ทำ boulder | หาชื่อนิติบุคคลจากท้ายเว็บ/ใบเสร็จ/เพจ แล้วเปิดงบใน DBD |
| ค่าไฟจริงของยิมติดแอร์เพดานสูง | ใช้ประมาณ 150 บาท/ตร.ม./เดือน — ถ้าจริงเป็น 250 จุดคุ้มทุนขยับขึ้น ~6 คน/วัน | ขอดูบิลจากเจ้าของยิมต่างจังหวัด (ไม่ใช่คู่แข่งตรง) · อัตรา MEA เชิงพาณิชย์ · ผู้ติดตั้งแอร์อุตสาหกรรม |
| ประกันรับกีฬาปีนผาไหม + เบี้ยเท่าไหร่ | เป็นเงื่อนไข go/no-go โดยตรง | โบรกเกอร์ประกันวินาศภัย 2–3 เจ้า — ระหว่างคุยจะได้เช็กลิสต์ความปลอดภัยฟรีด้วย |
| คนเซ็ตเส้นทางในไทยมีกี่คน ค่าตัวเท่าไหร่ | เป็นคอขวดที่เงินซื้อไม่ได้ทันที | ดู IG/Facebook ของยิมแต่ละเจ้า (มักแท็กคนเซ็ต) แล้วทักไปคุยตรง ๆ |
สรุปสามบรรทัด
1. ตลาดมีจริงและกำลังโต แต่ มาร์จิ้นบางมาก — ยิมที่ดีที่สุดในตลาดขาดจุดคุ้มทุนแค่ 6 คนต่อวัน
2. ทำได้ถ้าทำ bouldering ขนาดเล็ก ค่าเช่าถูก ซึ่งต้องการแค่ 21–30 คน/วัน = ครึ่งหนึ่งของสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้
3. ก่อนลงเงินสักบาท ให้ทำ 3 อย่างที่ใช้เงินหลักพัน: ขอใบเสนอราคาจริง · ขอเบี้ยประกัน · ซื้องบคู่แข่งปีล่าสุด
รายงานนี้สร้างจากการค้นเว็บ 20+ ครั้ง · การประมวลผลด้วย AI worker ~600 ครั้ง · แหล่งข้อมูล 90+ URL
ทุกตัวเลขที่ติดป้าย "ประมาณการ" ต้องยืนยันด้วยของจริงก่อนใช้ตัดสินใจ · 18 สิงหาคม 2026